รวมคำพูดต่าง ๆ ที่ทำให้เราลังเลในการเลือกเล่นเกมนั้น ๆ

ปกติแล้วในการเลือกเล่นเกมของเรา ถ้าไม่นับเกมที่เราสนใจและอยากเล่นมันจริง ๆ สิ่งที่เราจะทำคือ การหารีวิว ฟีดแบ็คของเกมนั้น ๆ มาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าเราจะเล่นเกมนั้นดีหรือไม่ และเพราะสิ่งเหล่านี้แหละ ที่แม้ว่าบางทีเราหนักแน่นมาก แบบว่า เกมกากก็จะเล่น ! แต่พอเจอคำพูดหรือฟีดแบ็คต่าง ๆ เยอะเข้า เราก็เริ่มไม่มั่นใจเอาซะแล้วว่าจะเล่นเกมนั้นดีไหม วันนี้เรารวบรวมเอาคำพูดที่พูดถึงเกมต่าง ๆ มานำเสนอให้ดูกันว่า มันมีคำไหนบ้างที่เราถึงกับลังเลในการเลือกเล่นเกมนั้น ๆ เลยทีเดียว

1.เกมตระกูล Souls มันยากโคตร ๆ เลยนะ !

หากใครยังจำกันได้ ช่วงที่ SEKIRO : Shadows Die Twice วางขายใหม่ ๆ หลายคนก็รีบซื้อมาเล่น เพราะเห็นว่าตัวเกมรองรับภาษาไทย อยากจะสนับสนุน จะได้มีเกมแปลไทยเยอะ ๆ แต่แล้วหลายคนก็แทบจะปาจอยทิ้ง กำหมัดกันจนเลือดซิบ เพราะความยากของมันนั่นเอง

แต่จริง ๆ แล้วทุกคนรู้หรือไม่ว่าเกมยุคหลัง ๆ ของ Souls-Style นั้นถูกปรับให้เล่นง่ายขึ้นมามากแล้ว อย่างเช่น Dark Souls 3 ที่อาจจะเล่นและเข้าถึงง่ายกว่า Bloodborne (แล้วแต่ความถนัดส่วนบุคคลด้วย) หรือแม้แต่ SEKIRO : Shadows Die Twice เอง ที่มีระบบ Break Defense และระบบ Posture มาแทนระบบ Stamina ทำให้เราแอ็คชั่นได้ไหลลื่นกว่า

แม้ไม่อาจหลีกหนีความจริงที่ว่ามันเป็นเกมยากไปได้ แต่เชื่อเถอะครับว่า ถ้าเราอยากลองเล่น ลองพยายามดูสักครั้ง มันไม่ยากเกินความสามารถเราแน่นอน

2.Death Stranding มันคือเกม Walking Simulator !

อีกหนึ่งประเด็นร้อน และเป็นเกมที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้สำหรับ Death Stranding ที่ตอนแรก ไม่ว่าจะทั้งเห็นเกมเพลย์หรือดูคนอื่นเล่นตอนออกแล้ว ทุกคนลงความเห็นเดียวกันว่า นี่มันเกม Walking Simulator ! นี่มันเกมจำลองการส่งของนี่นา

ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย แม้ว่าการเดิน การส่งของจะเป็นแก่นหลักของเกม แต่นี่คือเกมที่ฮิเดโอะ โคจิม่า มีไอเดียในการสร้างสรรค์และออกแบบเกมได้เจ๋งมาก ๆ เพียงแต่มันอาจจะไม่ถูกใจทุกคนก็เท่านั้นเอง นอกจากการเดินแล้วก็ยังมียานพาหนะให้ใช้ มีระบบการต่อสู้ ระบบออนไลน์ช่วยกันทำสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้คนบางคน เสียเวลากับเกมนี้ไปหลักร้อยชั่วโมงกันเลยทีเดียว

3.เกมพวกนี้มันกำลังจะตาย !

Deadgame หรือเกมที่ตายแล้ว มักจะเป็นคำพูดยอดนิยมที่แฟนเกมหลายคนชอบนำมาใช้กัน และส่วนมากจะถูกนำมาใช้กับเกมออนไลน์หรือแนว Multiplayer เป็นส่วนใหญ่

เกมที่มักจะถูกพูดว่าตายแล้วนั้น จะเป็นเกมที่ใช้เวลาในการหาห้องเล่นนานมาก ถึงมากที่สุด หรือหนักกว่านั้นคือไม่มีคนเล่นเลย แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่ Apex Legends , Overwatch สองเกมที่เราใช้เป็นหัวข้อจะถูกบอกว่าตายแล้วเท่านั้น บางเกมก็เคยได้รับคำพูดแบบนี้เช่นกัน แต่อย่างที่รู้กันว่าเกมเหล่านี้ ไม่เคยตาย เพราะจำนวนผู้เล่นและฐานแฟนที่ยังมีขนาดใหญ่อยู่ โอเค..ถ้าคุณยกเว้น Overwatch ที่ใช้เวลาหาห้องนานกว่าชาวบ้านเขา เพราะขาดตำแหน่งที่ครบครัน นั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง

แต่จงจำไว้ว่า หากจะบอกว่าหากคิดว่าเกมไหนตายแล้ว คือการที่มันไม่มีคนเล่นเลย หาห้องเล่นไม่ได้ นั่นแหละ ตายของจริง เพราะเกมออนไลน์ที่ไม่สามารถหาคนเล่นด้วยได้ ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเกมออนไลน์ไปทำไม

4.Minecraft มันคือเกมเด็กเล่น !

สำหรับข้อนี้เชื่อว่าเกมเมอร์ที่เล่นเกมมาอย่างโชกโชนน่าจะปล่อยวางกันได้แล้ว เพราะการอธิบายอะไรให้กับคนที่เขาไม่ได้อยากจะเปิดใจรับฟังกันจริง ๆ มันอาจจะไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไรนัก

Minecraft คือเกมผจญภัยที่เราสามารถสร้างสิ่งของจากสิ่งที่ดูเหมือนอิฐบล็อกได้ และพื้นฐานของมันก็เหมือนกับ Lego เอาซะมาก ๆ ด้วยกราฟิกของเกม ระบบของเกมที่เป็นแบบนี้ Minecraft จึงมักจะถูกมองว่าเป็นเกมเด็กเล่นอยู่เป็นประจำ ซึ่งในประเทศไทยเอง ก็มีเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบเกมนี้เป็นอย่างมาก

แต่จริงอยู่ว่ามันเป็นเกมที่ดูเหมือนเด็ก แต่ Minecraft แทบจะเป็นเกมที่มีอิสระสูงที่สุดในโลกแล้ว แถมเกมนี้ยังเป็นได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤติ COVID-19 นี้ Minecraft กลายเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ กลายเป็นห้องสมุดรวบรวมข้อมูล กลายเป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่เป็นได้ทุกอย่าง แล้วแต่จินตนาการของผู้เล่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้าคนที่บอกว่าเกมนี้คือเกมเด็กเล่น รู้อย่างนี้แล้ว ยังจะว่าว่ามันเป็นเกมสำหรับเด็กอยู่อีกหรือไม่

5.เกม Battle Royale มันก็เหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ !

ไม่รู้ว่าแฟน ๆ GamingDose มีคนที่ชอบเล่นเกม Battle Royale เป็นชีวิตจิตใจกันบ้างไหม แต่ตัวผู้เขียนนี่ล่ะ เป็นคนหนึ่งที่ชอบเกมแนวนี้มาก ๆ

ปกติแล้ว Core Gameplay ของ Battle Royale จะเหมือนกันตรงที่ “ผู้เล่นจำนวนมาก, โดดร่มลงไป, หาของหาปืน, ยิงกันให้ตาย, ใครรอดเป็นคนสุดท้ายคนนั้นชนะ” ด้วยรูปแบบการเล่นแบบนี้ทำให้เกมเมอร์หรือคนทั่วไปบางคนคิดว่าเกมเพลย์มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย

บางเกมจะมีเอกลักษณ์และเกมเพลย์เฉพาะของตัวเอง เช่น Fortnite ที่มีระบบ Build Object ขึ้นมาป้องกันตัวเอง , Apex Legends ที่สามารถ Respawn เพื่อนร่วมทีมได้ , Call of Duty : Warzone ที่ให้โอกาสที่สองโดยการสู้ Gunfight 1vs1 ในคุก รวมไปถึงเมคคานิคของปืน และลูกเล่นของเกมเพลย์โดยรวมก็ต่างกันมาก ยกเว้นแค่พวกเกมมือถือ หรือเกมจีนที่ดูแล้วรู้เลยว่าก๊อป อันนั้นน่ะ จะเหมือนกันหมดก็ไม่แปลก

ดังนั้น Battle Royale ทุกเกม ไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ใครจะชอบรูปแบบการเล่นของเกมไหน ก็ขึ้นอยู่กับจริตของผู้เล่นกันเองแล้ว

จริง ๆ แล้วน่าจะยังมีอีกหลายคำพูด หลายประโยคที่ทำให้เรารู้สึกลังเลว่าจะเล่นเกมนั้น ๆ ดีหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องฟังหูไว้หู เพราะบางอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องจริง และคนที่จะตัดสินว่าเกมนั้นสนุกหรือไม่สำหรับเรา ก็คงไม่มีใครจะดีไปกว่าตัวเราเองอีกแล้ว สุดท้ายนี้ก็ขอให้เล่นเกมกันอย่างสนุกสนานกันนะครับ!

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close