ย้อนรอย 10 ปี GTA IV มาตรฐานเกม Open-World ในยุคปัจจุบัน


GTA IV หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์เเดงของ Rockstar Games ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับเกม Open-World ในปี 2008 

ในที่สุดก็ครบรอบ 10 ปี Grand Theft Auto IV หนึ่งในเกมที่ดีสุดตลอดกาลในปี 2008 (มันก็ดีที่สุดตลอดกาลทุกภาค) เกมที่ใคร ๆ ก็ยกย่องว่า ไม่มีเกม Open-World เกมไหนจะล้มเกมนี้ได้อีกเเล้ว เป็นภาคที่จัดระเบียบมาตรฐานให้เกม Open-World ในยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน มันพิเศษอย่างไร ? ทำไม 10 ปียังมีคนเล่นเรื่อย ๆ มา ? Lemme Explain

วันที่ 29 เมษายน 2008 หรือ 10 ปีที่ผ่านมา Grand Theft Auto IV ได้ออกวางจำหน่ายในเเพลตฟอร์ม PlayStation 3 เเละ Xbox 360 สร้างปรากฎการณ์ขึ้น ยกระดับการนำเสนอขึ้นในทุก ๆ ด้าน ตามเจเนอเรชั่นยุคที่ผู้เล่นให้ความสำคัญกับกราฟิกมากขึ้น ไม่เเพ้ระบบการเล่น และเป็นภาคที่ให้บทเรียนเเก่ Rockstar Games เพื่อพัฒนาในเกมภาค GTA V ให้ดียิ่งขึ้น

Niko Bellic ชายทหารผ่านศึก ผู้อพยพเดินทางมาสู่เมือง Liberty City เพื่อที่จะมองหาโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังสงครามกลางเมือง ตามคำเชิญของ Roman Bellic ลูกพี่ลูกน้องของเขา ที่อวดอ้างการชีวิตเเละมีทุกสิ่งทุกอย่าง เงินทอง เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ รถยนต์สปอร์ตหรู ตามวิธีการใช้ชีวิตเเบบ “อเมริกันดรีม” เเต่ความจริงปรากฏคือคำพูด Roman Bellic กล่าวมาโม้เหม็นทั้งเพ เขามีเพียงเเค่บริษัทรถ Taxi ขนาดเล็ก ๆเเละติดหนี้สินนอกระบบหนี้พนันเป็นจำนวนมาก Niko Bellic ต้องใช้ชีวิตในฐานะอาชญากรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

Niko Bellic ตัวละครหลักของภาค IV

เนื้อเรื่องในภาค IV มีเนื้อหาโดยใช้ ความโลภ ความเเค้น เสียดสีสังคมอเมริกันชน เป็นเเก่นกลางทั้งหมด โดยตัวพระเอก Niko Bellic เดิมทีเป็นคนรักครอบครัว พร้อมที่จะปกป้องคนที่เขาห่วงใย เป็น Good Guy in The Bad Man Game เพราะบาดเเผลสงคราม สภาพเเวดล้อมกับสถานการณ์พาไปที่มีเเต่ทำให้เเย่ลง ทำให้ Niko Bellic เลือกที่จะเป็นอาชญากร โจร ซ้อมคน ทำงานสกปรกเป็นเบี้ยล่างให้เเก๊งอย่างไม่เต็มใจ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เขาถนัดเเละสาารถทำได้ สุดท้ายลงเอยเป็นมือปืนรับจ้าง ยินดีที่สังหารทุกคนเพียงเเค่คุณโยน Paycheck มาให้ พอมารู้ตัวเขาก็ไม่สามารถหันหลังกลับไปได้อีกเเล้ว

เนื้อเรื่องของเกมส่วนดราม่าอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค ไม่หวือหวา ภารกิจอาจจะไม่หลากหลาย เดินยิงลุยไล่ล่าตามสเต็ป ระบบในเกมบางส่วนจากภาคที่เเล้วได้ถูกตัดทิ้งไป (GTA San Andreas)  บางภารกิจก็พอจะมีจุดเด่นเเละสนุกอยู่บ้าง การนำเสนอต่าง ๆ ออกมาน่าสนใจถ้านำมาวิเคราะห์ โดยเกมคอยสอดเเทรกเเดกดันสังคมหลักการ “ทุนนิยม” อยู่เรื่อย ๆ ทุกตัวเลือกจะไม่มีถูกไม่มีผิด เเต่จะเป็นสร้างคำถามให้ผู้เล่นไปพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือจริงทุกครั้ง เเล้วมั่นใจว่าคุณจะไม่รู้สึกผิดหรือผลลัพธ์ที่ตามมาทีหลัง

ด้วยเนื้อหาฉีกเเหวกเเนวจากเดิมอย่างมาก  สำหรับ GTA IV เฉพาะในส่วนของเนื้อเรื่องจะมีกลิ่นดราม่าที่เเรง น่าหดหู่ มีปรัชญา ดำเนินเรื่องเเเบบช้า ๆ หนืดเอื่อย ๆ มี Character Devolopment สาวก GTA บางคนชอบจะชอบมาก บางคนเกลียดก็เกลียดไปเลย

ภาค IV ก็มี Episode Liberty City : Standalone DLC เป็นเนื้อเรื่องเสริม ประกอบไปด้วย The Lost and Damned เป็นเรื่องปัญหาภายในเเก๊ง The Lost MC เเละ The Ballad of Gay Tony เรื่องชาวโดมินิกันที่กินดีอยู่ดีในเมือง Liberty City ที่ต้องมาคอยปวดหัวกับหัวหน้าของเขา Gay Tony ผู้ครองไนท์คลับ Maisonette 9 เเละคลับเกย์ Hercules ทั้ง 2 ภาค จะนำเสนอที่เเตกต่างกันไปตั้งเเต่ไลฟ์สไตล์ยันสภาพเเวดล้อม พร้อมเพิ่มอาวุธเเละระบบเกมเพลย์ที่ไม่เหมือนกันทั้ง 2 ภาค ประสบการณ์ในเล่น DLC นี้ก็จัดว่าเเหล่ม

DLC : Episode from Liberty City ตัวละครเอกดำเนินโดย Johnny Klebitz (ซ้าย) เเละ Luis Fernando Lopez (ขวา)

สิ่งที่เพิ่มเข้ามานอกจากมิชชั่นเสริมดั้งเดิมในภาคเก่าอย่าง Taxi Driver เเละ Vigilante เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้หรือเล่นเพื่อเก็บ 100% เท่านั้น Side-Mission ของเกมเรียกว่า Strangers

Strangers เป็นมิชชั่นเสริมที่ตัวเราจะพบปะพูดคุยกับผู้คนนอกหรือตัวละครอื่น ๆ โดยมีหน้าที่เล็ก ๆ ช่วยกันเเก้ปัญหาต่าง ๆ สิ่งที่ได้อาจจะเป็นเงินรางวัล เป็นคนดีมีน้ำใจ เราเลือกทำมิชชั่น Strangers ไม่ใช่เพราะได้ผลตอบเเทนที่คุ้มค่า เเต่เป็นเรื่องการนำเสนอที่เกมเปิดโลกกว้างควรจะเป็น เป็นการสะท้อนปัญหาชีวิตอเมริกันขนาดย่อมเยาว์ ยันปัญหาส่วนตัว หรือจะเป็นเหตุการณ์เเละคนเเปลก ๆ ทำให้คุณชวนปวดหัวมือกุมหน้า เพราะสิ่งนี้ทำให้โลกของเกมภาค IV ไม่จืดชืด มีชีวิตชีวามีสีสัน เเละน่าค้นหา เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์หลักที่เกม Open-World หลายเกมนำมาใช้จนถึงปัจจุบัน

Liberty City ท่ามกลางสายฝน

GTA IV เป็นที่เกมสองที่ใช้พลังกราฟิกของเอนจิ้นที่ทางทีมพัฒนาเอง นั้นคือ RAGE Engine (Rockstar Advanced Game Engine) สิ่งที่เป็นจุดเด่นของภาค GTA IV ก็คือระบบฟิสิกส์ของเกมที่เคลื่อนไหว้ได้สมจริงเเละมีน้ำหนัก

เฉพาะระบบ Ragdoll ของตัวละคร ตั้งเเต่เล่นเกมมาไม่มีเกมไหน อยากจะล้มกลิ้งหลายตลบหรือเดินเมาโซเซเท่ากับเกม GTA IV อีกเเล้ว รวมถึงระบบการขับรถของเกมที่เกือบเข้าขั้นเกณฑ์ระดับเกมรถเเข่งซิมูเลเตอร์ เเตกต่างเพียงเเค่ว่ามีผู้ร่วมใช้ถนน เเละปรับเเต่งอะไหล่ไม่ได้ บางผู้เล่นอาจจะบอกว่าขับยากเกินไป ดริฟต์ยาก รู้สึกหนักหน่วง ไม่เร้าใจเอาซะเลย เเต่สำหรับผม เพราะระบบการขับรถเเบบนี้เเหละ การไล่ล่าในภารกิจต่าง ๆ จะให้ความรู้สึกที่ดุเดือดเร้าใจ ยิ่งการสัญจรเยอะคนวิ่งผ่านไปมา ขับไล่ล่าข้างถนนหรือถนนพื้นที่ต่างระดับ ยิ่งเป็นอุปสรรคยิ่งเร้าใจ เหมือนในภาพยนตร์ต้องใช้ไหวพริบ สมาธิ เเละความเชี่ยวชาญในการไล่ล่า นี่แหละคือการขับรถใน GTA IV

พูดถึงเรื่องประสิทธิภาพกราฟิก เกม GTA IV เป็นเกม Open World เป็นเกมสเกลที่ใหญ่มาก ๆ รายละเอียดเยอะ เเต่การทำงานของ RAGE Engine ก็สามารถทำงานเเสดงกราฟิกได้เกือบเต็มประสิทธิภาพ สำหรับ PS3 เเละ XBOX360 เกมวิ่งในระดับ 25 – 30 FPS ขึ้นอยู่กับสภาพเเวดล้อมว่าใช้เยอะเเค่ไหน เเม้ว่ากราฟิกจะโดนจำกัด เเต่สำหรับเกม Open World ที่เป็นเน้นสเกลกว้าง ๆ เน้นภาพรวมมากกว่าเน้นสถานที่ใดที่หนึ่ง รวมกับระบบฟีสิกส์ระดับพระกาฬเป็นทุนเดิมอยู่เเล้ว ก็จัดว่าดีเเล้วสำหรับคอนโซล เเละ Rockstar Games ช่วงนั้นก็ได้ประกาศเวอร์ชั่น PC มาพอดี ผู้เล่นบางส่วนจึงเลือกที่รอเวอร์ชั่น PC เพราะไม่มีการจำกัดกราฟิก สามารถจัดเต็มทุกระเบียดนิ้ว

ระบบขับรถที่เกือบจะสมจริง ทำให้การไลล่าในเกมให้บรรยากาศที่ดุเดือด

ทีมงาน Rockstar Games ได้ประกาศระบบที่ต้องการทั้งขั้นต่ำเเละขั้นเเนะนำ เกมเมอร์ที่รอคอยเวอร์ชั่น PC ต่างก็ต้องเหวอไปตาม ๆ กัน ด้วยความโหดของระบบที่ต้องการ

Grand Theft Auto IV ระบบที่ต้องการขั้นต่ำ

  • CPU: Intel Core 2 Duo 1.8GHz, AMD Athlon X2 64 2.4GHz
  • CPU SPEED: 1.8 GHz
  • RAM: 1 GB for Windows XP / 1.5 GB for Windows Vista)
  • OS: Windows Vista – Service Pack 1 / XP – Service Pack 3 / Windows 7
  • VIDEO CARD: 256MB NVIDIA 7900+ / 256MB ATI X1900+
  • SOUND CARD: Yes
  • FREE DISK SPACE: 16 GB

Grand Theft Auto IV ระบบที่ต้องการเเนะนำขั้นสูงสุด

  • CPU: Intel Core 2 Quad 2.4GHz, AMD Phenom X3 2.1GHz
  • CPU SPEED: 2.4 GHz
  • RAM: 2 GB (Windows XP) 2.5 GB (Windows Vista)
  • OS: Windows Vista – Service Pack 1 / XP – Service Pack 3 / Windows 7
  • VIDEO CARD: 512MB NVIDIA 8600+ / 512MB ATI 3870+
  • SOUND CARD: Yes
  • FREE DISK SPACE: 18 GB

GTA IV ในเวอร์ชั่น PC ได้เพิ่มฟีเจอร์พิเศษโดยเฉพาะอย่าง Replay Editor ที่สามารถอัดคลิปเพื่อทำ Footage, เพิ่มจำนวนผู้เล่น Multiplayer จาก 16 คนเป็น 34 คนต่อ 1 ห้องเซิร์ฟเวอร์ เเละอิสระในการม็อดดัดเเปลงเกม มันฟังดูดีเเต่เเล้วก็ก็ต้องเจอปัญหาที่ทางทีมงานไม่ได้คิดถึงไว้

GTA IV ต้องใช้สเปคที่เเรงมาก ๆ โดยเฉพาะ CPU ที่ต้องใช้ Intel Core 2 Quad 2.4GHz เทียบปัจจุบันก็คือระดับ Core i7 เหตุที่ใช้ CPU ระดับเรือธง เพราะเกม Open-World ต้องใช้การประมวลผลทุกอย่าง ทั้งกราฟิก NPC เปลี่ยนสภาพอากาศให้ Dynamic ที่สุด เเต่ปัญหาหลักจริง ๆ คือไม่ว่าจะสเปคผ่านขั้นเบื้องต้นหรือผ่านขั้นสูงก็ตาม เกมกลับไม่สามารถประมวลผลได้เท่าที่ควรจะเป็น อาการเกมเด้งเกมเเครช ตัวละครล่องหน พื้นผิวเป็นมันฝรั่ง เฟรมเรทต่ำ รวมถึงปัญหาระบบ Game for Window Live ที่ยุ่งยากน่ารำคาญ เกมไม่มีความลื่นไหลจนไม่สามารถเล่นเกมต่อได้

นั้นก็หมายความว่าเวอร์ชั่น PC ไม่ได้ผ่านการ Optimize มาเลยเเม้เเต่นิดเดียว ถึงเจ้าสำนักรีวิวสำหรับเวอร์ชั่น PC เป็นวิจารณ์ในเเง่บวก เเต่เรื่องความสนุกในการเล่นกลับวิจารณ์ในเเง่ลบ เเละเเฟน ๆ ต่างก็รู้สึกผิดหวังไปพักใหญ่ ทีมงานก็ต้องปล่อย Patch รัว ๆ เพื่อเกมสามารถวิ่งได้ลื่นไหลที่สุดเเละรวดเร็วที่สุด

เกมใช้สเปคสูงเกินไปเเละประสิทธิภาพก็เเย่ในเวอร์ชั่น PC ทำให้เเทบอยากจะระเบิดเกมทิ้งจริง ๆ

ปัจจุบันเกม GTA IV สามารถวิ่งได้ปกติเเล้ว ไม่มีอาการสะดุด ไม่พบปัญหาใด ๆ (ถ้า PC เทพนะ) ถือเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับ Rockstar Games ว่าการ Optimize ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน

GTA IV เป็นเกมหนึ่งที่ได้รับการวิจารณ์ในเเง่บวกเป็นอย่างมาก ได้รับรางวัล Game of the Year 2008 จากหลายสำนักรีวิว โดยทำยอดขายสูงสุดทั้งหมด 25 ล้านก็อปปี้ เเละเป็นเกมครองสถิติ Guinness Book of World Records ตำเเหน่งเกมขายที่ดีสุดในระยะเวลา 24 ชั่วโมง โดยมียอดขายถึง 3.6 ล้านก็อปปี้ ทำได้รายได้ถึง 310 ล้านเหรียญฯ

ในทุก ๆ ภาค GTA จะนำเสนอเเตกต่างกันออกไป ภาค IV ก็เป็นอีกภาคหนึ่งพัฒนาระบบการเล่น การนำเสนอที่น่าสนใจ ตัวละครน่าจดจำเเละมีเอกลักษณ์มากกว่าทุกภาคที่ผ่านมา กราฟิกเเละระบบฟิสิกซ์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด จาก 3D Universe สู่ HD Universe ตามยุคเจเนอเรชั่นตอนนั้น จนปัจจุบัน GTA IV เเละภาค V ได้กลายเป็นเกมต้นเเบบ Open-World ในยุคปัจจุบัน ที่ทุก ๆ เกมสามารถใช้ศึกษาเป็นต้นเเบบ เพื่อที่จะนำมาพัฒนาเนื้อหาเกมต่อไป