ย้อนความหลัง ESPN X-Treme เกมกีฬาเดือด ซัดทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อคว้าชัยอันดับ 1

เกมมอร์ชาวไทยหลายคนได้เติบโตในยุค PlayStation ที่มีเกมสนุกสนาน และเกมแห่งนวัตกรรมให้เลือกเล่นมากมาย แต่มีเกมแนวกีฬาเกมหนึ่งที่อาจเป็นเกมในดวงใจสำหรับคุณ นั่นคือ ESPN X-Treme เกมกีฬา Racing ที่สามารถสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความเฮฮาปาร์ตี้ในกลุ่มเพื่อน ด้วยระบบเกมเพลย์ที่เดือดดาล และมีความยากท้าทายระดับหนึ่ง

บทความนี้จะเป็นการย้อนความหลัง ESPN X-Treme เกมกีฬาเดือด ซัดทุกอย่างที่ขวางหน้า เพื่อคว้าชัยอันดับ 1 แล้วเกมดังกล่าวเป็นอย่างไร ก็สามารถรับชมได้เลย

เกมกีฬาลิขสิทธิ์ ESPN ที่มาพร้อมกับความแหวกแนว

ปกติแล้ว เกมที่ซื้อลิขสิทธิ์จากรายการกีฬา มักจะนำเสนอบรรยากาศการแข่งขันที่สมจริง แต่ไม่ใช่สำหรับเกม ESPN ที่แหวกแนวแบบสุดกู่ กลายเป็นกีฬาสุดเดือดแถมห่างไกลจากคำว่า “สมจริง” อย่างสิ้นเชิง

ESPN X-Tream เป็นเกมแนวกีฬา Racing พัฒนาโดยทีมงาน 989 Studios (หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า Sony Interactive Studios America) แม้เกมดังกล่าวได้ซื้อลิขสิทธิ์จากรายการ ESPN อย่างถูกต้อง แต่หลังจาก ESPN หมดสัญญากับ Sony เกมดังกล่าวจึงจำเป็นต้องลบชื่อ ESPN ออก แล้วเปลี่ยนชื่อเกมใหม่เป็น 1XTreme และภาคต่อ ๆ มาก็เริ่มใช้เลขภาคมานำหน้าชื่อเกมเป็น 2XTreme และ 3Xtreme

ESPN X-Tream เป็นหนึ่งในยอดนิยม (Greatest Hits) ของ PlayStation พร้อมเกมดังกล่าวสามารถทำยอดขายได้อย่าง “น่าภาคภูมิใจ” จนพัฒนาเป็นเกมภาคต่อ โดยเกมได้รับเสียงชื่นชมในด้านประสิทธิภาพเฟรมเรตสามารถรันลื่นไหล 30FPS ตลอดทั้งเกมบน PlayStation รวมถึงมีระบบเกมเพลย์ดุเดือด และ A.I. นับว่าค่อนข้างฉลาดท้าทาย ก็จริงที่ตัวเกมมีข้อเสียด้านคอนเทนต์น้อยนิด แต่หากมองข้ามข้อเสียดังกล่าว ก็นับว่าเป็นเกมที่เล่นแล้วมันหยดมาก ๆ เลยทีเดียว

แม้ไม่ใช่เป็นเกมระดับ Masterpiece หรือเกมยอดเยี่ยมที่ควรหามาเล่นก่อนตาย แต่เกมดังกล่าวได้รับความนิยมมากพอ และสร้างโมเมนต์ที่สนุกสนาน จนกลายเป็นเกมในดวงใจสำหรับหลายคนรวมถึงชาวไทย

ซัดทุกอย่างที่ขวางหน้า คือกุญแจคว้าชัยอันดับหนึ่ง

ถ้าหากเกมเมอร์เคยสัมผัส Road Redemption ใน Steam มาก่อน เกมเมอร์จะเข้าใจวิธีการเล่นเกมนี้โดยทันที

ESPN X-Treme ไม่ใช่เป็นเกมกีฬาเอ็กซ์ตรีมเหมือนซีรีส์ Tony Hawk’s, Skate หรือ SSX แต่เป็นเกม Racing คล้ายกับ Road Redemption หรือ Roas Rash แต่เปลี่ยนเป็นธีมกีฬาที่ดูใกล้ตัวมากขึ้น

เริ่มแรกสามารถเลือกได้ว่าจะใช้อุปกรณ์กีฬาไหนในการแข่งขัน ระหว่างสเกตบอร์ด, จักรยาน BMX, โรลเลอร์เบลด และ Street Luke (ภาคสองเปลี่ยนเป็น Snowboard แทน) โดยหลังจากเลือกเสร็จ เกมเมอร์ต้องเลือกด่านได้ว่าจะแข่งสนามไหน ระหว่าง Utah, Lake Tahoe, South America กับด่านอื่น ๆ ที่มีบรรยากาศและความยากแตกต่างกัน

หลังเลือกด่านเสร็จ ตัวเกมจะเริ่มเข้าสู่การแข่งขันโดยทันที และแน่นอนว่าเนื่องจาก ESPN X-Treme เป็นเกม Racing เป้าหมายของผู้เล่นจึงมีอย่างเดียวคือ “เอาชนะอันดับ 1 ให้ได้”

อย่างไรก็ตาม การคว้าชัยชนะอันดับ 1 ของเกมนี้จัดว่ามีความท้าทาย แม้ระบบเกมเพลย์เล่นง่าย แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เล่นหัวร้อนกับเกมนี้ได้ง่าย ๆ ก็คือพฤติกรรม A.I. ที่แสนดุดัน และอุปสรรคสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายทั่วสนาม ซึ่งไม่ว่าคุณมีประสบการณ์เล่นเกม Racing มานานแค่ไหน มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เล่นจะสามารถจบการแข่งขันได้โดยไม่ชนอะไรเลย

ระหว่างการแข่งขัน ผู้เล่นรวมถึง A.I. ทุกคน สามารถเตะหรือต่อย ให้เสียหลักชนกำแพงหรือสิ่งกีดขวางได้ ซึ่งตัวผู้เล่นเองจะมีหลอดเลือด หากหลอดเลือดหมดจากการโดนต่อย หรือชนสิ่งกีดขวางมากเกินไป ก็จะทำให้เกมเมอร์ล้มกลางสนาม แล้วคู่แข่งหลายคนสามารถแซงหน้าคุณได้ทันที

แน่นอนว่า A.I. ทุกคนพร้อมจะกำหมัดกำขาเตรียม “ใส่เดี่ยว” กับผู้เล่น ซึ่งหาก A.I. ได้เผชิญหน้ากับตัวผู้เล่นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง พวกมันจะต่อยผู้เล่นให้เสียหลักอย่างไม่ลังเล แล้วเนื่องจากเกมนี้มีผู้เล่นสูงสุดถึง 16 คน จึงมีโอกาสที่ตัวเพลเยอร์โดนรุมประชาทัณฑ์สูงมาก ๆ ก็ต้องบอกเลยว่า “กฎน้ำใจนักกีฬา” ไม่มีสำหรับเกมนี้จริง ๆ

หรือหากต้องการเพิ่มความท้าทายไปอีกขั้นหนึ่ง เกมเมอร์สามารถลองทำคะแนนสูงสุด ด้วยการเข้าประตูคะแนน ที่บางประตูอาจหลอกให้ชนสิ่งกีดขวางได้ง่าย ๆ หรือทำท่า Trick ระหว่างลอยบนอากาศ ซึ่งหากออกท่าผิดจังหวะก็เท่ากับมีโอกาสล้ม 100% โดยคะแนน Hi-Score สูงสุดที่ถูกบันทึกบน Leaderboard ไปใช้อวดเพื่อน ๆ

สำหรับเกมภาค 2 ได้มีการเสนอระบบใหม่ เช่น การอัปเกรดหรือดาวน์เกรดทักษะตัวละครเพื่อให้ตรงตามสไตล์การเล่นเกมของแต่ละคน และมีการเพิ่มอุปสรรคใหม่ ๆ เช่น อีเวนต์การแข่งขันช่วงเวลากลางคืน หรือฝนตก ซึ่งทำให้วิสัยทัศน์การมองแย่ลง รวมถึงมีประตู Power-Up เป็นการบัฟตัวละครให้เก่งขึ้นชั่วคราว เช่น ต่อยแรงขึ้น, กระโดดสูงขึ้น หรืออึดขึ้น ทำให้เกมตระกูล X-Treme สนุกสนาน ลุ้นระทึก และวุ่นวายสุด ๆ

แม้เกมการเล่นจะเป็นสไตล์ Arcade ที่นอกจากมีโหมดการแข่งขันคนเดียว และเล่นสองคนแล้ว ก็ไม่มีคอนเทนต์อื่น ๆ ใหทำเช่น Career หรือ Story รวมถึงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเกมค่อนข้างตกยุคไปแล้ว แต่โดยรวม ESPN X-Treme ยังคงเป็นเกมคลาสสิกที่ดุเดือด และหากเล่นกับเพื่อน ๆ จะเพิ่มความสนุกสนานไปอีกหลายเท่า

น่าเสียดายที่เกมตระกูล X-Treme แทบไม่มีวี่แววกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เพราะทีมพัฒนาเกมต้นฉบับ 989 Studios ได้ถูกยุบตั้งแต่ปี 2005 รวมถึงเกม X-Treme 3 มีกระแสตอบรับทั้งรีวิวและยอดขายย่ำแย่ เนื่องจากตัวเกมมีการดาวน์เกรดจากภาค 2 เกือบทุกด้าน ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเรื่องที่ปาฏิหาริย์มาก ๆ หากเกมดังกล่าวถูกนำมารื้อฟื้นใหม่ ด้วยการผลิตเป็นเกมเวอร์ชัน Reboot หรือ Remastered ลงเกมคอนโซลหรือ PC ในยุคปัจจุบัน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close