ปืนที่ใช้ดีที่สุดในเกม Call of Duty: Modern Warfare สำหรับ Multiplayer


อาวุธในเกม Call of Duty: Modern Warfare มีให้เลือกเยอะมากมายให้ทดลองแบบไม่รู้จบ แต่แน่นอนว่าระบบตกแต่งปืนที่มีรายละเอียดที่ล้ำลึก กับปืนหลายกระบอกก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ทำให้การเลือกอาวุธประจำตัวอาจต้องใช้เวลาศึกษานาน และสร้างความสับสนให้ผู้เล่นใหม่หลายคนไม่ใช่น้อย

นี่คือ ปืนที่ใช้ดีที่สุดในเกม Call of Duty: Modern Warfare สำหรับโหมด Multiplayer บทความ Call of Duty: Modern Warfare ฉบับรวบรัด สำหรับคนกำลังมองหาปืนแต่ประเภทเพื่อใช้ในการแข่งขัน หรือใช้ดีจนเกมเมอร์หลายคนต้องยอมรับจนกลายเป็นปืนหลักที่ใช้กันทั่วเซิร์ฟเวอร์ แล้วรายชื่อปืนจะมีอะไรบ้าง ก็สามารถรับชมได้เลยครับ

Assault Rifle – M4A1

M4A1ก็ต้องบอกเลยว่า M4A1 คือปืนประเภท Assault Rifle กำลังเป็นที่ยอดนิยมมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นโปรเพลเยอร์ หรือเกมมอร์ทุกคน ก็ได้ต่างไว้ใจกับอาวุธนี้ เพราะเป็นปืนที่มีความสมดุล และมีประสิทธิภาพดีกว่าปืน Assault Rifle อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

ในขณะที่ปืน Assault Rifle ทุกปืนจะมีข้อดีกับข้อเสียแตกต่างกัน แต่ไม่ใช่สำหรับปืน M4A1 ที่แทบหาข้อเสียไม่เจอเลย ด้วยอัตรา Fire Rate เร็ว, ทำ Damage ดี, ยิงค่อนข้างนิ่ง, ควบคุมแรงดีดของปืนง่าย, มีอุปกรณ์ตกแต่งเยอะ และมีเป้า Hip Fire กว้างพอดี แต่ไม่ Overpowered เกินไปจนกลายเป็นอาวุธ Toxic ทำให้ปืน M4A1 เหมาะสำหรับทุกสถานการณ์ ทุกแผนที่ ทั้งปะทะแบบระยะประชิด กับระยะกลาง

รวมถึงปืน M4A1 สามารถปลดล็อกไว เมื่อผู้เล่นเข้าเลเวล 6 อีกด้วย จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่ M4A1 กลายเป็นปืน META ยอดนิยมที่กันเต็มเซิร์ฟเวอร์แบบไม่ต้องสงสัย แต่ก็มีโอกาสที่อาวุธนี้จะโดนเนิร์ฟ เพื่อให้ปืน Assualt Rifle กระบอกอื่นเฉิดฉายมากขึ้น

Submachine Gun – MP5

MP5ปืน MP5 เคยรับตำแหน่งเป็นปืนยอดนิยมจาก Call of Duty 4: Modern Warfare มาก่อน ด้วยคุณสมบัติการยิงนิ่งราวกับปืนเลเซอร์ และแน่นอนว่า MP5 กลับมาอีกครั้งในเกมภาคนี้ แม้มันอาจจะไม่ใช่ปืนเทพเหมือนภาคเก่า แต่ก็มีประสิทธิภาพดีมากพอที่ผู้เล่นจะหันกลับมาใช้งานอีกครั้ง

แม้อัตรา Fire Rate ของ MP5 จะมีระดับปานกลาง กับรีโหลดเต็มแม็กช้ากว่าปืน SMG กระบอกอื่น แต่ด้วย Damage แรงกว่าปืน SMG ทั่วไปเล็กน้อย และ Fire Rate ต่ำก็มีส่วนช่วยให้การควบคุมยิงปืนยิงง่ายขึ้น จึงถือเป็นการกลบข้อเสียของ MP5 ได้อยู่หมัด นอกจากนี้ ปืนดังกล่าวมีอุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมายที่ช่วยเพิ่มค่า Mobility ให้เล็งศูนย์ปืนกับเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้น รวมถึงศูนย์เป้าดั้งเดิมของ MP5 ไม่ได้บดบังวิสัยทัศน์มากเกินไปจนต้องหา Reflex Sight หรือ Holograhic Sight มาใส่เพิ่ม

MP5 จึงกลายเป็นปืน SMG ที่ผู้เล่นนิยมใช้กันเยอะพอสมควร เพราะปืนนี้สามารถใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะกับแผนที่ที่เน้นการปะทะแบบระยะประชิด

ความจริงแล้ว MP5 มีคู่แข่งสูสีอย่าง MP7 ที่สามารถทำ Fire Rate เร็วมาก และยิงนิ่งกว่าปืน MP5 แต่เนื่องจากผู้เล่นต้องมีเลเวล 54 ขึ้นไปจึงจะสามารถปลดล็อกปืน MP7 สำหรับเกมที่เพิ่งเปิดบริการไม่ถึงหนึ่งเดือน ทำให้ปืน MP5 จึงเป็นปืน SMG ที่ได้รับความนิยมมากสุดตอนนี้ และในอนาคตข้างหน้าอาจจะถูกทดแทนด้วยปืน MP7

Marksman Rifle – MK2 Carbine

MK2 Rifleเป็นครั้งแรกของเกม Call of Duty: Modern Warfare ที่เปิดตัวปืนประเภท Marksman Rifle หรือปืนไรเฟิลแบบยิงทีละนัด พร้อมพลัง Damage ระดับน้อง ๆ ปืน Sniper Rifle และเหมาะสำหรับการลุยเป็นแนวหลัง หรือป้องกันตำแหน่งมากกว่าการนั่งแช่ตำแหน่งที่เดิม

ในขณะที่ปืน Marksman Rifle “ยังไม่มีปืนที่ดีที่สุด” เพราะใช้งานยาก แต่เท่าที่ลองสัมผัสปืนทั้งหมด ก็คงต้องยกให้ MK2 Carbine เป็นปืนไรเฟิลที่ผู้เขียนแนะนำให้ลองใช้ เพราะปืนดังกล่าวมีความแม่นยำสูง มีน้ำหนักพอดี และ Damage รุนแรงมากพอที่จะสามารถปลิดชีพศัตรูจากการยิงหนึ่ง-สองนัด

แต่แน่นอนว่าปืน MK2 Carbine มีระบบทำงานแบบ Level Action จึงทำให้อัตรา Fire Rate ต่ำมาก ปืนดังกล่าวจึงไม่เหมาะสำหรับการปะทะระยะประชิด และต้องอาศัยฝึกฝนเป็นเวลานาน ถึงอย่างนั้น MK2 Carbine ก็จัดเป็นปืนที่ใช้สนุก ถ้าหากใช้งานจนคล่องระดับหนึ่ง

Shotgun – 725

725“ความเรียบง่าย คือสิ่งที่ดีที่สุด” ประโยคดังกล่าวคงไม่เหมาะกว่าปืนลูกซองแฝด 725 ที่ใช้งานง่ายทั้งโลกชีวิตจริง และวิดีโอเกม เพียงโหลดกระสุนสองนัดแล้วพร้อมใช้งานทันที

ถ้าหากผู้เล่นกำลังมองหาอาวุธสำรองสำหรับ Perk – Overkill (พกอาวุธหลักสองชิ้น) ปืนลูกซองแฝด 725 จะต้องไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวังแน่นอน เพราะ Damage กับระยะการยิงสำหรับปืนลูกซองกระบอกนี้ จัดอยู่ในระดับ “ปีศาจ” ที่สามารถปลิดชีพศัตรูอย่างง่ายดายเพียงยิงปืนนัดเดียวบนส่วนลำตัว และถ้าหากยิงพลาด หรือยิงไม่ตายก็สามารถยิงต่อเนื่องเป็นนัดที่สองทันที ก่อนที่รีโหลดใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ปืนลูกซองแฝด 725 กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ผู้เล่นหลายคนต่างเรียกร้องให้เนิร์ฟแบบเร่งด่วน หลังจากเกมเมอร์ค้นพบว่าปืนนี้สามารถยิงศัตรูไกลเกิน 100 เมตร (หากเล็งศูนย์) กับ Damage ที่ Overpowered มากเกินไป ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยว่าปืน 725 ควรเนิร์ฟค่าพลัง Damage และระยะการยิง เพราะหลังจากผู้เขียนลองสัมผัสปืนนี้ก็มีความรู้สึกว่ามันแข็งแกร่งเกินไปสำหรับปืน Shotgun จริง ๆ

Sniper Rifle – AX-50

AX50AX-50 เป็นปืนสไนเปอร์ที่สามารถทำ Damage รุนแรงเท่า HDR เพราะฉะนั้นไม่ว่าเกมเมอร์จะเล็งปืนที่หัวหรือลำตัวที่ศัตรู ผลลัพธ์ออกมาย่อมต้องจะเป็น One Shot Hit Kill อยู่เสมอ แม้ปืน AX-50 มีน้ำหนักเยอะกว่าปืน HDR เล็กน้อยทำให้ความเร็วในการเล็งลำกล้อง กับการเคลื่อนที่ช้ากว่าปืนคู่แข่งอย่าง HDR เพียงแค่ปลายนิ้ว

แต่ AX-50 เป็นปืนสไนเปอร์กระบอกสุดท้ายที่สามารถปลดล็อกได้ เมื่อผู้เล่นมีเลเวล 37 ขึ้นไป เกมเมอร์จึงต้องใช้เวลากับเล่นเกม Multiplayer นานพอสมควรเพื่อที่จะปลดล็อกปืนดังกล่าว ฉะนั้นระหว่างการปั๊มเลเวล ก็แนะนำให้ฝึกฝนสไนเปอร์ด้วยการใช้ปืน HDR ไปก่อน ซึ่งถ้าหากใช้ HDR จนคล่องแคล่วแล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่าผู้เล่นสามารถจะใช้ AX-50 อย่างแน่นอน

Light Machine Gun – PKM

PKMปืน LMG อาจจะไม่ใช่ปืนที่หลายคนชื่นชอบสำหรับเกมเมอร์สายบู๊ แต่ปืน PKM คือข้อยกเว้นที่เกมเมอร์ทุกคนต้องลองแล้วจะติดใจจนลืมไม่ลง

เจ้าปืนนี้แพ็กมาด้วยกระสุนจัดเต็มจำนวน 100 นัด และถ้ายังไม่พอ ! ปืน PKM มาพร้อมค่าความแม่นยำสูง กับ Fire Rate ที่เทียบท่าปืน Assault Rifle แล้วด้วยคุณสมบัติปืน LMG ทุกปืนของ Call of Duty แทบไม่มี (หรือไม่มี) ค่า Damage ตกตามระยะการยิง ทำให้ PKM เป็นปืนที่เหมาะทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะสำหรับการยิงกดพื้นที่ กำจัดสไนเปอร์ หรือสลายนักแคมป์ตามจุดต่าง ๆ  (หรือใช้แคมป์ซะเอง)

ข้อเสียของปืน PKM ก็คงไม่หนีพ้นเรื่องความเร็วในการรีโหลดกระสุน และเล็งปืนช้าตามสไตล์ปืน LMG 100 นัด แต่นอกเหนือนั้น PKM ก็ถือปืน LMG ปืนหนึ่งที่ควรได้รับความสนใจกว่านี้