รวมประเด็นร้อนที่เคยเกิดขึ้นผ่านเกมตระกูล Call of Duty

ถ้าหากพูดถึงเกมที่มักถูกตกเป็นกระแสถกเถียงบนสังคมอย่างรุนแรงไม่แพ้ซีรีส์ Grand Theft Auto ก็คงไม่มีทางหนีพ้น แฟรนไชส์เกม FPS ชื่อดังอย่าง Call of Duty ที่มักสร้างประเด็นร้อนในวงการเกม และเกิดกระแสการโต้เถียงบนโลกอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ แล้ว Call of Duty ได้ก่อวีรกรรม Controversy อะไรไว้บ้าง สามารถรับชมได้เลย

มานูเอล นอริเอกา ฟ้อง Activision เพราะทำภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย

Manuel Noriega

มานูเอล นอริเอกา อดีตจอมเผด็จการในประเทศปานามา ได้สั่งฟ้องบริษัท Activision หรือตัวแทนจำหน่ายเกม Call of Duty: Black Ops II เนื่องจากเกมดังกล่าว ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย

นอริเอกากล่าวกับชั้นศาลลอสแอนเจลิสว่า Activision ทำให้เขากลายเป็นคนที่มีภาพลักษณ์ชั่วร้าย ด้วยการนำเสนอว่าเป็นพวก “โจรชอบลักพาตัว เป็นอาชญากร และเป็นศัตรูของสหรัฐฯ” รวมถึงเขายืนยันไม่รู้มาก่อนว่า Call of Duty: Black Ops II จะนำชื่อและตัวเขาปรากฏตัวในเกมด้วย ซึ่งการกระทำของ Activision นั้น ทำให้เขาสูญเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ทางศาลลอสแอนเจลิส ไม่รับคำฟ้องของนอริเอกา เนื่องจาก Activision กับ Call of Duty: Black Ops II ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายเสรีภาพในการพูด นอกจากนี้ นอริเอกาเอง ก็ถูกจำคุกในข้อหาก่ออาชญากรรมหลายคดี อย่างเช่นการค้ายาเสพติด ฆาตกรรม ซักฟอกเงิน และคดีอื่น ๆ ระหว่างที่เขากำลังดำรงตำแหน่งเป็นนายพล และผู้นำเผด็จการในปานามา ช่วงปี 1983-1989 (ปัจจุบัน เขาเสียชีวิตแล้ว)

คิวบาเดือด เพราะ COD: BO มีฉากสังหารฟิเดล คาสโตร

ในเกม Call of Duty: Black Ops จะมีภารกิจหนึ่งที่ผู้เล่นเข้าไปบุกคฤหาสน์ เพื่อลอบสังหารฟิดาล คาสโตร ผู้นำเผด็จการของประเทศคิวบาในยุคสงครามเย็น ระหว่างเหตุการณ์ “การรุกรานอ่าวหมู” (Bay of Pigs Invasion) ซึ่ง Mason ตัวละครเอกของเกมสามารถสังหารคาสโตรได้สำเร็จ ก่อนจะถูกเฉลยในภายหลังว่าคาสโตรที่เขาสังหารนั้นเป็นตัวปลอม

เนื่องจากฟิดาล คาสโตร เป็นอดีตผู้นำเผด็จการในชีวิตจริงที่ประชาชนชาวคิวบาหลายคนต่างนับถือ ทำให้รัฐบาลของคิวบา ออกแถลงการณ์ประณามเกม Call of Duty: Black Ops อย่างรุนแรงว่าฉากการสังหารคาสโตร เปรียบเสมือนเป็นการจำลองเหตุการณ์สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถทำได้ในรอบกว่า 50 ปี นั่นคือการลอบสังหารคาสโตร และสหรัฐฯ พยายามใช้วิดีโอเกมเป็นเครื่องมือจำลองวิธีสังหารคาสโตรอีกด้วย

นอกจากนี้ รัฐบาลของคิวบาวิจารณ์ Call of Duty: Black Ops ว่าเป็นเกมที่นำเสนอให้ยกย่องการลอบสังหารแบบผิดกฎหมายโดยหน่วยทางการของสหรัฐฯ และกระตุ้นให้เด็กและเยาวชน มีพฤติกรรมต่อต้านสังคมด้วยเนื้อหาความรุนแรงในเกม

ชาวรัสเซียไม่พอใจเนื้อเรื่อง Modern Warfare ยัดเยียดให้รัสเซียเป็นตัวร้ายเกินไป

ก่อนที่จะถือกำเนิด Call of Duty: Modern Warfare (ฉบับ Reboot) ชาวรัสเซียบางกลุ่มมักจะแสดงความไม่พอใจต่อเกมตระกูล MW เป็นระยะ ๆ เนื่องจากตัวเกมชอบใช้รัสเซียเป็นฝ่ายร้ายเสมอ แต่หลังจากเกมดังกล่าวออกวางจำหน่ายไปแล้วทั่วโลก เกม Modern Warfare ได้ถูกวิจารณ์อย่างหนักโดยเกมเมอร์ชาวรัสเซีย เพราะตัวเนื้อเรื่องยัดเยียดให้รัสเซียเป็นตัวร้ายมากเกินไป

เกมเมอร์ชาวรัสเซียหลายคนวิจารณ์ว่าเนื้อเรื่องหลัก Call of Duty: Modern Warfare ว่ายัดเยียดบทบาทให้ฝ่ายรัสเซียเป็นผู้ร้ายสุดขั้ว โดยทหารรัสเซียในเกม มีการก่ออาชญากรรมสงครามรูปแบบต่าง ๆ มากมาย เช่น สังหารผู้บริสุทธิ์, ใช้อาวุธเคมี และวิธีการอื่น ๆ ที่ทำภาพลักษณ์ของประเทศรัสเซียดูไม่ดี

ซ้ำร้าย ก็มีเกมมอร์พบว่าด่าน Highway of Death มีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ว่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมดังกล่าวนั้นเป็นฝีมือของฝ่ายทหารรัสเซีย (ซึ่งในโลกความเป็นจริง เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของฝ่ายสหรัฐฯ) ส่งผลลัพธ์ทำให้เกมมอร์ชาวรัสเซียหลายคน รวมตัวกันเขียนรีวิวบอมบ์เกมดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ Metacritic เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ตัวเกมนำเสนอฝ่ายรัสเซียเป็นคนโหดร้ายจนเกินความเป็นจริง แม้ทีมงาน Infinity Ward จะแถลงการณ์ออกมาแล้วว่าเนื้อเรื่องของเกมจะเป็น “ฟิกชัน” ก็ตาม

Call of Duty กลายเป็นเกม FPS Sci-fi (อีกแล้ว) ในภาค Infinite Warfare

Feature

หลังจากการวางจำหน่ายของเกม Call of Duty: Advanced Warfare และ Black Ops III ซึ่งทั้งสองภาคเป็นเกม FPS ในธีมสงคราม Sci-fi สวมชุด Exo Suit ไล่กระโดดยิงกันยับ ทำให้เกมเมอร์หลายคนเริ่มเอือมกับ Call of Duty ฉบับล้ำอนาคต และอยากเห็นเกม COD กลับคืนสู่สงครามในปัจจุบัน หรือสงครามย้อนยุคอีกครั้ง

แน่นอนว่าหลังจากการเปิดตัวเกม Call of Duty: Infinite Warfare เป็นวันแรก พร้อมนำเสนอว่าเป็นเกม FPS ในธีม Sci-fi ที่แฟน ๆ หลายคนไม่ต้องการ ทำให้เกมเมอร์หลายคนต่างแสดงความไม่พอใจต่อเกมภาคดังกล่าวด้วยการกดถล่ม Dislike ในคลิป Official Call of Duty®: Infinite Warfare Reveal Trailer จนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน Trailer วิดีโอเกมที่มียอด Dislike สูงสุด และส่งผลลัพธ์ทำให้ยอดขายเกมค่อนข้างเงียบเหงา แม้เกมดังกล่าวจะมีกระแสรีวิวว่าเป็นเกมดีก็ตาม

Black Ops 4 ไม่มีเนื้อเรื่อง

Call of Duty Black Ops 4

โหมดเนื้อเรื่องเป็นฟีเจอร์หลักที่มีอยู่ในเกม Call of Duty มาแล้วหลายภาค จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นักที่ Call of Duty: Black Ops 4 จะมีกระแสต่อต้านจากแฟนเกม COD หลายคน หลังจากทีมงานประกาศว่าเกมดังกล่าวจะเป็นเกม Multiplayer Based ที่ไม่มีโหมดเนื้อเรื่อง และจะขายในราคาเต็มที่ 60 เหรียญฯ

ถึงอย่างนั้น แม้ Call of Duty: Black Ops 4 จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าเกมเมอร์ว่าตัวเกมเน้นขาย Microtransactions มากจนเกินไป และไม่มีโหมดเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกม Call of Duty มาหลายภาค แต่เกมดังกล่าวก็ยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมด้วยระบบ Multiplayer ที่แตกต่างจากเกมภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด รวมถึง Black Out หรือโหมด Battle Royale ของ BO4 มีความบาลานซ์ และเล่นได้สนุกสนานอีกด้วย

No Russian

No Russian เป็นภารกิจในเกม Call of Duty: Modern Warfare 2 ที่ผู้เล่นรับบทเป็นสายลับ CIA ได้เข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายนำโดย Vladimir Makarov แล้วร่วมก่อเหตุการณ์กราดยิงในสนามบิน Zakhaev International Airport ตามคำสั่งของนายพล Shepherd เพื่อสร้างความเชื่อใจและใกล้ชิด Makarov มากยิ่งขึ้น

No Russian นอกจากจะเป็นภารกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Call of Duty แล้ว ยังเป็นภารกิจที่เกิดกระแสถกเถียงไปทั่วโลกอีกด้วย ภารกิจ No Russian ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศสหรัฐฯ จนเป็นข่าวนำเสนอผ่านโทรทัศน์มากมาย โดยกล่าวหาว่าเกมดังกล่าวนำเสนอความรุนแรงผ่านโลกวิดีโอเกมได้ “รุนแรงสมจริงเกินไป” รวมถึงประเทศรัสเซีย (ซึ่งไม่พอใจกับการที่สื่อบันเทิงสหรัฐฯ ชอบใช้รัสเซียเป็นตัวร้ายอยู่แล้ว) ก็แสดงความไม่ปลื้มต่อเกมดังกล่าวเช่นกัน

จนในที่สุด ทีมงานก็ยอมปรับเปลี่ยนให้ภารกิจ No Russian สามารถ Skip ข้ามได้ พร้อมใส่ข้อความเตือนว่าอาจมีฉากที่ทำให้เกมมอร์รู้สึกไม่สบายใจ และสำหรับเกมโซนรัสเซียจะไม่มีภารกิจ No Russian ให้เล่น หลังจากก่อนหน้านี้ ตัวเกมถูกแบนห้ามวางจำหน่ายเนื่องจากมีภารกิจดังกล่าว

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close