ประวัติตัวละคร Sucrose ใน Genshin Impact

หลังจาก Genshin Impact ได้ผ่านพ้นอีเวนต์พิเศษ “บทองค์ชายชอล์กขาวและมังกรดำ” โดยมี Albedo เป็นตัวละครดำเนินเนื้อเรื่อง และ Sucrose เป็นตัวละครเสริม ทำให้เธอได้รับความนิยมจากแฟนเกมมากยิ่งขึ้น ด้วยลักษณะเป็นคนช่างสงสัย ขี้อาย และมีคาแรคเตอร์เด่นเป็นสาวแว่นที่มีหูเหมือนสุนัข แต่ทำไมจู่ ๆ เธอจึงเลือกเดินทางเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ บทความนี้จะเป็นการเผยเรื่องราวที่ทำให้คุณเข้าใจในตัวเธอมากยิ่งขึ้น

เธอเป็นใคร ?

Sucrose คือนักเล่นแร่แปรธาตุที่เป็นผู้ช่วยประจำตัวของ Albedo และหัวหน้ากลุ่มนักเล่นแร่แปรธาตุของกองอัศวินแห่ง Favonius ซึ่งแม้เธอเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ชอบเข้าสังคม แต่ถ้าหากฉุกคิดเรื่องอะไรได้บางอย่าง หรือมีคนเปิดประเด็นเกี่ยวกับการทดลองต่าง ๆ ที่เธอสนใจ Sucrose จะแสดงตัวตนอีกด้านหนึ่งเป็นคนตื่นเต้นจนพูดไม่หยุดเลยทีเดียว

Sucrose เป็นตัวละคร 4 ดาว ใช้อาวุธสื่อเวทย์ วีชั่น Anemo (ธาตุลม) ที่สามารถปลดล็อกได้จากการเปิดสุ่มอธิษฐาน เธอเป็นหนึ่งในตัวละครสาย Support ที่นิยมใช้ในโหมดความท้าทาย Spiral Abyss เพราะสามารถทำปฏิกิริยาธาตุได้ง่าย และควบคุมฝูงมอนสเตอร์ได้ยอดเยี่ยม

อ้างอิงจาก “เรื่องราวตัวละครของ Genshin Impact” – Sucrose เป็นเด็กสาวที่เติบโตมาพร้อมกับครอบครัวที่สงบสุข มีเพื่อนที่รู้ใจ และมีการดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความสวยงาม เรียบง่ายเหมือนกับคนทั่วไปในชาว Monstatdt

ระหว่างช่วงเวลาวัยเด็ก Sucrose และกลุ่มเพื่อน ๆ มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องราว “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ที่กล่าวกันว่าเป็นอีกมุมหนึ่งของดินแดน Teyvat ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปถึงได้ แต่สถานที่แห่งนั้นเต็มไปสิ่งมหัศจรรย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สีชมพูสูงขนาดเท่ากับคนหนึ่งร้อยคน มีภูตจิ๋วตัวน้อยค่อยบินไปมา มีม้ายูนิคอร์นให้ขี่รอบดินแทน และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ว่ากันว่าหากเพียงได้เข้าไปที่ดินแดนดังกล่าว ก็จะมีความสุขไปชั่วนิรันดร์

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี จู่ ๆ เพื่อนของ Sucrose ได้เริ่มจากลาเธอไปทีละคน เพื่อนสนิทคนหนึ่งของเธอออกเดินทางผจญภัยร่วมกับพ่อแม่ แล้วก็ไม่กลับมา Monstatdt อีกเลย ส่วนเพื่อนอีกคนหนึ่ง กลายเป็นคนนิสัยก้าวร้าวรุนแรงหลังจากพ่อเสียชีวิตด้วยอาการป่วย แล้วจากนั้นก็ตัดความสัมพันธ์กับ Sucrose ทันที ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ Sucrose กลายเป็นโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และคำมั่นสัญญาระหว่างเพื่อนที่ว่าจะรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อหา “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ได้พังทลายลงไป

ถึงอย่างนั้น Sucrose ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” เธอจึงตัดสินใจร่ำเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุจากการอ่านหนังสือ ด้วยความมุ่งมานะและกระตือรือร้น เพื่อค้นหาทางเข้าสู่ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ให้ได้ และหากดินแดนดังกล่าวไม่มีอยู่จริง เธอก็ใช้ทักษะเล่นแร่แปรธาตุ สร้างดินแดนขึ้นมาเองซะสิ้นเรื่อง โดยเธอคาดหวังลึก ๆ ว่าถ้าหากทำให้ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” เป็นจริงขึ้นมา บางทีเพื่อนของเธอจะกลับมารวมกันอีกครั้งก็เป็นไปได้

หลังจากเธอร่ำเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุเป็นเวลานาน ทำให้นิสัยของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมเป็นสาวน่ารักกลายเป็นคนเก็บตัว (introvert) เข้าสังคมไม่ค่อยเก่ง และกลายเป็นคนช่างสงสัย แต่ด้วยความช่างสงสัย กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเป็นคนขยันขันแข็งในด้านการค้นคว้าวิจัย พร้อมเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจนกว่าจะหาคำตอบที่ชัดเจนได้ ก็ต้องบอกเลยว่าบุคลิกนิสัยของเธอที่เปลี่ยนไปก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว

ตัดกลับมาไทม์ไลน์ (เกือบ) ปัจจุบันใน Genshin Impact – Sucrose ได้เป็นผู้ช่วยของ Albedo นักเล่นแร่แปรธาตุอัจฉริยะ และหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยแห่ง Favonius ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น “Kreideprinz” หรือ “องค์ชายชอล์กขาว”

แม้ Sucrose กับ Albedo เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเหมือนกัน แต่เป้าหมายการวิจัยของทั้งสองคนแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ Albedo เล่นแร่แปรธาตุเพื่อเข้าใจแก่นแท้ของโลก และการสร้างชีวิตใหม่ แต่ Sucrose เล่นแร่แปรธาตุเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้สวยงามกว่าเดิม

ระหว่างเป็นผู้ช่วยให้กับ Albedo นั้น Sucrose ได้ศึกษาวิจัยในหลายหัวข้อต่าง ๆ มากมาย ซึ่งล้วนเกิดขึ้นเพราะความสงสัยล้วน ๆ แต่เธอมุ่งมั่นที่จะค้นคว้าเรื่องดอกไม้ “Sweet Flower” เป็นพิเศษ เพราะเธอเชื่อว่า Sweet Flower เป็นดอกไม้ที่ให้รสชาติความหวานที่ชัดเจน จึงมักถูกนำไปทำเป็นน้ำหวานกับน้ำตาล แต่ทั้งที่ Sweet Flower มีคุณสมบัติเด่นขนาดนี้ แต่ทำไมไม่มีใครทำการค้นคว้าต่อไป

Sweet Flower จึงเป็นงานวิจัยที่ Sucrose ทุ่มเทกับมันสุด ๆ โดยเธอวางแผนตั้งแต่จัดทำแผนการเพาะปลูกดอกไม้ดังกล่าวมากกว่า 30 แผน และมีการควบคุมทั้งสภาพอากาศ อุณหภูมิ กับอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อได้ผลลัพธ์การวิจัยที่แตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการทดสอบก็ยิ่งมีแต่ทำ Sucrose สงสัยเพิ่มมากขึ้น จนเธอจัดทำแผนการเพาะปลูกดอกไม้ดังกล่าวมากกว่า 300 แผน

นอกจากนี้ หนึ่งครั้งในทุก 3 วัน Sucrose จะเดินทางไปหากิลด์นักผจญภัยไปจนถึงหมู่บ้านนักล่าสัตว์ Sprinvale เพื่อขอกระดูกที่มีเนื้อกับเลือดติดอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าเธอต้องการนำกระดูกดังกล่าวไปทำการวิจัยบางอย่าง เสริมสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงเก็บเป็นของสะสมคอลเลกชันส่วนตัวอีกด้วย

แม้คำรีเควสต์ของ Sucrose จะฟังดูแปลกประหลาดในครั้งแรก แต่หลังจากเหล่านักล่ากับกิลด์ผจญภัยเริ่มคุ้นเคยกับ Sucrose มากขึ้น ก็ทำให้หลายคนเริ่มใจดีกับเธอ อีกทั้งยังเก็บกระดูกไว้ให้เธอเป็นพิเศษอีกด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าความขยันขันแข็งของ Sucrose นั้น ทำให้เธออดหลับอดนอนเป็นเวลาหลายวันเพื่อการวิจัย ครั้งหนึ่ง Albedo เคยบังคับสั่งให้ Sucrose หยุดงานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อเธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่วันหยุดแทนที่เธอจะได้รับการพักผ่อน หรือปรับสภาพร่างกาย แต่เธอกลับรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

Sucrose ได้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ตั้งแต่การรับประทานอาหารเช้า การอ่านหนังสือทั่วไป การทำงานบ้าน ล้วนแล้วทำให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะไม่สามารถตั้งคำถามที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการช่วยวิจัยเลยแม้แต่นิดเดียว

ความเบื่อหน่าย ทำให้จิตใจของ Sucrose ว้าวุ่นกับไม่สงบสุข สุดท้ายวันต่อมา เธอก็ขอยอมแพ้และทำงานวิจัยร่วมกับ Albebo ตามปกติ โดยเธอกล่าวว่า “ทำการทดลองก็ไม่ได้ คำถามก็ไม่มีสักอย่าง นี่ไม่ใช่การพักผ่อนแล้ว แต่เป็นการทรมานต่างหาก” รวมถึงแม้เธอจะเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่เมื่อได้เห็นกองเอกสารบันทึกการทดลองแล้ว ทำให้เธอรู้สึกสนุกสนานกับการเล่นแร่แปรธาตุ ก็ต้องบอกเลยว่าเธอนั้นเกิดเพื่อเป็นนักวิจัยโดยเฉพาะเลยจริง ๆ

วิชั่น

มีวันหนึ่ง Sucrose กำลังเทสารละลายสีเขียวลงหม้ออย่างระมัดระวัง เพื่อทำการทดลองอาหารเมล็ดแดนดิไลออนครั้งที่ 159

หลังจากหม้อเริ่มเดือดจนห้องทดลองเต็มไปด้วยไอน้ำ ก็ทำให้ Sucrose ตื่นเต้นกับผลลัพธ์การทดลองอย่างมากจนทำให้มือทั้งสองข้างโดนหม้อลวก แม้เมล็ดแดนดิไลออนไหม้เกรียมทั้งหมด แต่ทว่าท่ามกลางเมล็ดที่ไหม้เกรียมกลับมี “วิชั่น” อันหนึ่งวางอยู่ในหม้อ

ถ้าหากเป็นคนทั่วไปจะเก็บรักษาวิชั่นโดยทันที แต่ Sucrose กลับนำวิชั่นไปต้มร่วมกับเมล็ดแดนดิไลออน เพื่อหาผลลัพธ์เพิ่มเติมว่าจะเกิดปฏิกิริยาอะไรใหม่ ๆ หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากการทดลองดำเนินไป 3 ชั่วโมงก็พบว่าการทดลองล้มเหลวอยู่ดี ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ Sucrose ได้รับมานั้นช่างยิ่งใหญ่ วิชั่นได้มอบพลังงานธาตุ และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ “การแปรธาตุชีวภาพ
ของเธอ

ปัจจุบัน Sucrose ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของ Albedo และเสริมทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ พร้อมศึกษาวิจัยในสิ่งที่เธอสงสัยต่อไป เพื่อที่สักวันหนึ่ง เธอจะสามารถสร้าง “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” ตามที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เด็ก

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close