ทำไม Epic Games Store ถึงยังไม่ใช่แพลตฟอร์มที่หลายคนไว้วางใจ (ในตอนนี้)


เป็นกระแสดราม่ากันพักใหญ่และดุเดือดเผ็ดมันเป็นอย่างมากจริง ๆ สำหรับกรณีของ Epic Games Store ที่สร้างความบาดหมางและความโกรธให้กับเหล่าเกมเมอร์ ทีมพัฒนาและตัวแทนจำหน่ายไม่มากก็น้อย กลายเป็นหนึ่งใน Talk of the Town ของวงการเกมในช่วงนี้เลยก็ได้ จากกรณีที่ทาง Epic ได้ยื่นข้อเสนอให้ Metro: Exodus วางจำหน่ายในร้านค้าของตนเองแบบ Exclusive เป็นเวลาหนึ่งปี ก่อให้เกิดกระแสดราม่าสุดยิ่งใหญ่ของต้นปีแห่งวงการเกมที่กลายเป็นสงครามระหว่างเกมเมอร์กับนักพัฒนา ผู้จัดจำหน่าย และเป็นสงครามระหว่างเกมเมอร์สายรักษาสิทธิ์ผู้บริโภคและเกมเมอร์สายเห็นใจผู้ผลิตอีกด้วย

เรียกได้ว่าเป็นสงครามเดียวที่ทำให้เราได้เห็นแง่มุมและคนหลายกลุ่มออกมาถกเถียงว่าเจ้า Epic Games Store นี่มันดีมันไม่ดียังไง ก่อให้เกิดผลดีต่อนักพัฒนา วงการเกม และการแข่งขันจริงไหม หรือจะเป็นการผูกขาดจริงไหม ซึ่งถึงแม้ทางร้านค้าจะให้ข้อเสนอที่ดีโคตร ๆ ให้กับนักพัฒนามากเพียงใด แต่ในมุมมองของผู้บริโภคกลับมองว่าอาจจะไม่เวิร์คหรือเวิร์คก็แล้วแต่มุมมองแต่ละคนอีก บางคนก็มองว่าแค่นี้ไม่เห็นต้องดราม่าเลยไร้สาระ บางคนก็มองว่าเอ้ยนี่มันคือการผูกขาดนี่หว่า บางคนก็เฉย ๆ บางคนก็โวยวายถึงขั้นขู่โหลดเถื่อน บางคนก็เอ่อ… เอาง่าย ๆ Statements ที่เราเห็นในดราม่าครั้งนี้มีให้เห็นเยอะมาก ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ามุมมองของแต่ละคนจะเป็นแบบไหน

โดยวันนี้ทาง GamingDose จะขอหยิบนำข้อมูลและบทสนทนาที่ผู้บริโภคถกเถียงในแง่ของความไว้วางใจต่อตัวร้านค้า ซึ่งหากคุณได้ลองไปอ่านที่พวกเขาคุยกันตามเพจไทยและเพจเทศ คุณจะเห็นได้ชัดว่าหลาย ๆ คนยังไม่ไว้วางใจทาง Epic Games เสียเท่าไหร่ แต่พวกเขาจะไม่ไว้ใจด้วยเพราะเหตุผลอะไรล่ะก็ ทางผู้เขียนสรุปมาให้แล้วภายใน 5 หัวข้อดังนี้ครับผม

ความห่างขั้นในเรื่องของฟีเจอร์และศักยภาพของตัวร้านค้า

Image result for epic games store vs steam

ประเด็นสำคัญและเป็นมวยเอกที่ฝั่งลูกค้า Steam เลือกที่จะมาโจมตี Epic และแน่นอนว่านี่เป็นการโจมตีที่ปวดแสบเพราะมันเป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ เพราะเรื่องของฟีเจอร์และศักยภาพ Steam ได้นำหน้าไปไกลมาก จริงอยู่ที่หลาย ๆ คนอาจจะกล่าวไว้ว่า “คนจะเป็นเกมเมอร์ เขาเล่นที่เกมไม่ได้เล่นที่แพลตฟอร์ม” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ Steam มีฟีเจอร์เยอะ ๆ และมีอะไรที่เอื้อต่อผู้บริโภคและผู้ผลิตก็ทำให้แพลตฟอร์มนี้มี Quality of Life และ Ecosystem ที่ดีมาก ๆ เฉกเช่นเดียวกับ Apple ที่มีระบบ Ecosystem ที่ดีและมีประโยชน์ต่อการใช้งานจริง ทำให้เหล่าสาวกไว้วางใจมาโดยตลอด เรียกได้ว่ายุคสมัยนี้คำว่า Ecosystem สำคัญจริง ๆ

ในขณะที่ Steam มีแทบทุกอย่างที่แพลตฟอร์มหนึ่งควรมี (ดังภาพตัวอย่างด้านบน) หรือจะเป็น GOG ที่ชูจุดเด่นอย่าง DRM Free ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่น ไหนจะ Uplay, Origin ที่มีระบบ Origin Access, Ubisoft Club เอาใจผู้บริโภคอีก ในขณะที่ Epic Games Store กลับมีแค่ระบบแชทและระบบเพื่อนเท่านั้น นอกนั้นเป็นไปด้วยความว่างเปล่าและไม่มีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ดีล่าสุดทาง Epic Games ก็ได้ประกาศว่าจะทำการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างการเล่นเกมแบบออฟไลน์แล้ว ซึ่งหากทางค่ายยังคงเดินหน้าที่อัพเดตฟีเจอร์อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอเพื่อให้เทียบเท่า Steam ล่ะก็ ไม่แน่ทาง Epic อาจจะสามารถเรียกศรัทธาจากเกมเมอร์หลาย ๆ คนก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้พวกเขาต้องทำเวลาให้ดีด้วย เพราะยิ่งมาทีหลังและยิ่งทำตัวให้เป็นจุดสนใจก็ยิ่งกดดันเข้าไปใหญ่ครับ

ชื่อเสียงของ Epic Games ยังไม่ดีมากพอในเรื่องของการให้บริการ

Image result for paragon

เอาจริง ๆ หากเราจะบอกว่า Epic Games Store มีบริการที่ไม่ดีเพราะเพิ่งจะมาลุยตลาดร้านค้าเกมและต้องปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะฟังดูไม่แฟร์สำหรับแฟน ๆ ค่าย Epic นี้เสียเท่าไหร่ เพราะร้านค้าเกมไม่ใช่บริการแรกที่ทาง Epic ทำ ยังมีหลายบริการที่พวกเขานำเสนอให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็น Fortnite, Unreal Engine ตลอดจนเกมเก่าสุดเทพอย่าง Unreal Tournament หรือแม้กระทั่งเกมเทพที่ไม่ดันและเลือกที่จะปิดตำนานไปอย่าง Paragon เรียกได้ว่าเรื่องของบริการทางค่ายมีประสบการณ์ที่มากพออยู่แล้ว

แต่ปัญหาคือไม่ใช่เรื่องของประสบการณ์ จริงอยู่ที่บริการเอนจิ้นเกมอย่าง Unreal Engine จะทำได้ดีมาก ๆ และกลายเป็น 1 ในเอนจิ้นที่ดีที่สุดแห่งยุคนี้ แต่หากเรามาดูเรื่องของบริการอื่น ๆ เราจะเห็นได้ว่า “Epic Games จะผลักดันแค่โปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น” ซึ่งโอเคยังไงก็ไม่พ้นก็คือเรื่องของธุรกิจอยู่ดี ที่เราจะต้องเดินหน้ากับสิ่งที่ทำเงินและไปได้ไกลมากกว่า แต่เราก็คงไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่ดีว่าประโยคดังกล่าวมันก็เป็นความจริงอยู่ดี

โดยกรณีศึกษาสำคัญก็คงหนีไม่พ้น Fortnite ที่เดิมทีนั้นเป็นเกมแนว Defense Co-op ยิงซอมบี้ และทำยอดขายได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมอัพเดทก็ออกมาไม่ค่อยถี่ แต่พอมีโหมด Battle Royale เพิ่มเข้ามาและประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เราเห็นได้ชัดเลยว่า Epic Games ได้อัดแพทช์และอัพเดทลงไปในโหมด Battle Royale เกินหน้าเกินตาโหมดหลักของเกมอย่าง Save the World ไปไกลมาก ซึ่งยังดีที่พักหลัง ๆ ทางทีมพัฒนาก็เริ่มอัพเดทให้ Save the World มากขึ้น

หรือจะเป็น Paragon ที่วางขายได้ไม่นานแต่ด้วยความแป้กทำให้ทาง Epic ตัดสินใจปิดให้บริการ โดยที่หลาย ๆ คนยังคงโกรธแค้นไม่หายเรื่องของการคืนเงินที่จนถึงทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่ได้เงิน แสดงให้เห็นว่า Epic Games ไม่มีความพยายามที่จะผลักดันแฟรนไชส์ของตัวเอง และเน้นทำเกมที่การันตีถึงความสำเร็จเสียมากกว่า ไม่เหมือนของเคส Ubisoft ที่ถึงแม้บางเกมช่วงแรกจะออกมาแย่ แต่ก็มีความพยายามที่จะปรับปรุงตัวเกมให้ดีมากขึ้นจนประสบความสำเร็จในที่สุด

นอกจากนี้แล้วฝั่งสนับสนุนลูกค้า (Customer Support) ของตัวร้านค้าขายเกมก็ค่อนข้างทำได้แย่และมีการตอบสนองที่ช้าอย่างเหลือเชื่อ (เห็นเกมเมอร์จะเข้าเล่นเกม เลยต้องขออีเมล์ตั้งแต่ห้าทุ่ม ข้อความเข้าตอนตีห้า….) ราวกับแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อผู้บริโภค แถมยังมีข่าวเสียหายว่ามีการทำข้อมูลลูกค้าบางส่วนหลุดออกไปด้วยเนื่องจากกฏของทางประเทศจีนและ Tencent ยักษ์ใหญ่ของจีนก็ถือหุ้น Epic ไว้อยู่ และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ทำให้หลาย ๆ คนไม่ค่อยไว้ใจการให้บริการจากผลพวงของสิ่งที่กระทำเมื่อที่ผ่านมานั่นเองครับ

นโยบายที่เน้นเอาใจผู้พัฒนามากกว่าทำให้ผู้บริโภครู้สึกสนใจ

Related image

นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลาย ๆ คนยังไม่ค่อยชอบและไม่ไว้ใจในตัวของ Epic เสียเท่าไหร่นัก เพราะถึงเราต้องยอมรับว่าแพลตฟอร์มนี้ดีต่อนักพัฒนาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการยื่นข้อเสนอเรื่องทุนเพื่อนำเกมลง Exclusive เป็นเวลาหนึ่งปี หรือจะเป็นเรื่องของส่วนแบ่งที่สูงมากถึง 88:12 เรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่ยากเหลือเกินที่นักพัฒนาเกมจะปฏิเสธ เพราะอย่างที่เขาว่ากัน “นักพัฒนาเขาต้องกินต้องใช้ และวีดีโอเกมมันคือธุรกิจอย่างหนึ่ง”

แต่ถามว่าผู้บริโภคอย่างเรา ๆ เนี่ย Epic Games Store จะมีอะไรทำให้เรารู้สึกสนใจได้บ้าง ? ณ ตอนนี้ก็มีเพียงแค่เกมฟรีเท่านั้น ซึ่งเกมที่แจกก็ล้วนเป็นเกมอินดี้ฟอร์มยักษ์ที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่มักจะเมินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมที่อื่นเขาก็มีการแจกไม่ต่างกัน (แค่ไม่แจกประจำแบบ Epic) นอกจากนั้นเราก็ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่จะมาดึงดูดผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ด้วยความเต็มใจ นอกจากว่าต้องไปเล่นแพลตฟอร์มใหม่เพราะเกมมันถูกดึงไปให้ไปขายแบบ Exclusive

ยังไงก็ตามเราก็ต้องจับตามองพี่แกให้ดี ๆ ละกัน เพราะไม่แน่หลังจากที่พี่แกจีบนักพัฒนาเสร็จ เขาคงจะมาเอาใจเราด้วยก็ได้นะ (ฮา)

ความเล่นใหญ่ที่บางทีอาจจะไม่เหมาะกับวัฒนธรรมชาวตะวันตก

สำหรับข้อนี้หากเป็นฝั่งเราก็คงไม่ค่อยอินไปกับเขาเสียเท่าไหร่ เพราะฝั่งเราเรามักจะมีวัฒนธรรมเอาอกเอาใจผู้ผลิตและปกป้องผู้ผลิตกันสุดหัวใจ (แต่เดี๋ยวนี้เกมเมอร์บ้านเราเราเริ่มรู้เรื่องของ “สิทธิ์ของผู้บริโภค” แล้ว) และเราอาจจะมองว่าพวกที่บ่นและโวยวายเรื่องนี้นั้น “งอแง” เสียมากกว่า แต่สำหรับฝั่งตะวันตกที่ถือได้ว่า “ลูกค้าคือพระเจ้าทั้งปวง” แล้ว แพลตฟอร์มนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะสร้างความหงุดหงิดและโกรธแค้นให้เกมเมอร์พอสมควรไม่น้อยเลยทีเดียว และการที่เขาบ่นและโวยวายก็ถือว่าเป็น “สิทธิ์ผู้บริโภค” ที่ฝั่งเราก็เริ่มมีการออกมาพูดอะไรแบบนี้กันบ้างแล้ว (ยกเว้นการโหลดเถื่อนอันนี้คือการละเมิดสิทธิ์)

โดยสาเหตุที่ฝั่งตะวันตกรู้สึกโกรธแค้นและไม่ค่อยชอบ Epic Games Store หากไม่นับเรื่องของความเกลียดชังเป็นทุนเดิมอย่างในเคสของ Fortnite แล้ว ก็คงเป็นเรื่องของนโยบายที่เหล่าเกมเมอร์ตะวันตกมองว่าสิ่งนี้กำลังจะทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกและเป็นการผูกขาดอย่างหนึ่ง และเขาก็ไม่ได้เห็นว่าการกระทำโดยการเอาทุนฟาดหน้านักพัฒนายับ ๆ แบบนี้จะเป็นการแข่งขันที่มีผลดีต่อผู้บริโภคที่ไหน แถมพวกเขาก็แทบไม่มีอะไรที่เตรียมพร้อมเลย จึงสรุปได้ว่าแพลตฟอร์มนี้น่าจะเป็นโจทก์สำคัญของเกมเมอร์ฝั่งตะวันตกพอสมควรเลยก็ว่าได้ ด้วยความเล่นใหญ่ในด้านสายเปย์ ทั้ง ๆ ที่ฟีเจอร์อะไรต่าง ๆ ก็ยังไม่พร้อมสักอย่าง

**แต่ในกรณีของ Ubisoft กับ The Division 2 ทางผู้เขียนมองว่านี่เป็นการเล่นเกมมากกว่า เพราะจริง ๆ แล้วทางค่ายอาจจะพยายามดัน Uplay เพราะในเมื่อ Epic ไม่พัฒนาอะไรเพื่อผู้บริโภคสุดท้ายเกมเมอร์ก็จะต้องมาที่ Uplay ที่อะไรก็ดีกว่า)

สรุปง่าย ๆ ก็คือ Epic Games Store ยังเด็กอยู่ในตอนนี้

อาจจะฟังดูเป็นคำสบประมาทไปเสียหน่อย แต่นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของแพลตฟอร์มเกิดใหม่ที่จะต้องหาจุดลงตัวและต้องพยายามอย่างหนักที่จะครองใจเหล่าเกมเมอร์ และยิ่งมาทีหลังก็ต้องยิ่งพยายามให้หนัก เพราะรุ่นน้องอย่าง Epic Games Store ก็ล้วนมีตัวอย่างรุ่นพี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนมาถึงจุดนี้ได้อย่าง Steam, Origin, Uplay, GOG และ Battle.net เรียกได้ว่ามีเคสศึกษาให้เยอะมาก ๆ (แต่ไม่ทำตาม…) บวกกับแรงกดดันอันมหาศาลก็ย่อมเกิดขี้น และยิ่งเล่นใหญ่ก็ยิ่งกลายเป็นเป้าสายตาของเกมเมอร์เข้าไปอีก

ซึ่งอย่างน้อยเราก็ลองเปิดใจสำหรับการจับตามองการเติบโตของร้านค้าหน้าใหม่บ้างก็ไม่เสียหาย เพราะไม่แน่ระยะยาวพวกเขาอาจจะหันมาเอาใจผู้บริโภคกันมากขึ้น และพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เทียบพร้อมเท่ากับรุ่นพี่ เพียงแต่พวกเขาอาจจะต้องรีบเร่งและทำเวลาให้ดีเสียหน่อย เพราะหากยังคงค่อยเป็นค่อยไป พัฒนาอย่างช้า ๆ และเน้นใช้กลยุทธ์สายเปย์แบบนี้ก็เกรงว่าอาจจะไม่มีผลดีต่อตัวร้านค้าเสียเท่าไหร่ แน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาที่พวกเขามีของที่พร้อม เราก็คงเรียกสงครามครั้งนี้ได้เต็มปากเสียทีว่า “การแข่งขัน” ครับ


Choose A Format
Personality quiz
Series of questions that intends to reveal something about the personality
Trivia quiz
Series of questions with right and wrong answers that intends to check knowledge
Poll
Voting to make decisions or determine opinions
Story
Formatted Text with Embeds and Visuals
List
The Classic Internet Listicles
Countdown
The Classic Internet Countdowns
Open List
Submit your own item and vote up for the best submission
Ranked List
Upvote or downvote to decide the best list item
Meme
Upload your own images to make custom memes
Video
Youtube, Vimeo or Vine Embeds
Audio
Soundcloud or Mixcloud Embeds
Image
Photo or GIF
Gif
GIF format