ทำไมเกมเมอร์หลายคนต้องการ Burnout ภาคใหม่

เมื่อไม่นานมานี้ ทีมงาน Criterion Games ประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์เกม Burnout Paradise สำหรับเวอร์ชัน PlayStation 3, Xbox 360 และ PC หลังเปิดบริการมานานถึง 11.5 ปี แต่อย่างไรก็ตาม สัญญาณของเกม Burnout ภาคใหม่ก็ยังคงไร้วี่แวว แม้เกมมอร์หลายคนเรียกร้องเยอะแค่ไหนก็ตาม

ถึงแม้ว่าชื่อเกมตระกูลนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เกมเมอร์รุ่นใหม่หลายคนอาจไม่ทราบว่าเกม Burnout คืออะไร ทำไมเกมเมอร์หลายคนต้องการ Burnout ภาคใหม่ แล้วจะมีสาเหตุอะไรบ้าง เรามีคำตอบให้ครับ

Burnout คืออะไร

Burnout 3Burnout เป็นเกมแข่งรถประเภทอาร์เคดเรซซิ่ง พัฒนาโดยทีม Criterion Games ซึ่งมีอดีตตัวแทนจำหน่ายจาก Acclaim Entertainment แต่หลังจากบริษัทดังกล่าวถูกประกาศล้มละลายช่วงปี 2004 ทาง EA Games จึงเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ต่อมา

เกมดังกล่าวมีชื่อเสียงเรื่องการนำเสนอที่ฉีก Stereotype ของเกมเรซซิ่งทั้งมวล ด้วยระบบเกมเพลย์ที่เรียกว่า Takedown ให้ผู้เล่นสามารถกำจัดคู่แข่งทิ้งด้วยการชนรถออกจากสนาม และ Crash Mode ที่เกมเมอร์ต้องสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ที่สัญจรไปมาให้ได้มากที่สุด

โดยเฉพาะเกม Burnout 3: Takedown ที่ได้รับเสียงชื่นชมมากมายจากเจ้าสำนักเกมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น IGN, Gamespot, Digital Trends และอื่น ๆ อีกมากมาย ต่างพร้อมใจยกตำแหน่งเป็นเกมแข่งรถที่ดีที่สุดตลอดกาล ในขณะที่เกมภาคอื่นสามารถกวาดรางวัล Game of The Year ประจำปีเช่นกัน

เป็นเกมแข่งรถที่เข้าถึงง่าย สำหรับชาวไทย

ซีรีส์ Burnout เป็นเกมแข่งรถที่แม้ไม่ใช่สาวก Racing ก็สามารถสนุกสนานกับมันได้ เพราะ “เข้าถึงง่าย”

สำหรับในมุมมองเฉพาะเกมมอร์ฝั่งไทย ผู้เขียนสามารถการันตีเลยว่า Burnout เป็นเกมที่ไม่วันตาย เนื่องจากพวกเราสามารถพบเห็นเกมนี้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปในรูปแบบเกมตู้อาร์เคด ซึ่งแม้ผ่านไปกว่า 10 ปี แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงตั้งตู้ไว้ที่ตำแหน่งเดิม และมีผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

เสริมด้วยเกมเมอร์ชาวไทยเกือบทุกคน ต่างมีเครื่องคอนโซล PlayStation 2 ติดบ้านทุกหลัง พร้อมแพ็กเกจเกม Burnout 3: Takedown, Burnout Revenge หรือ Burnout Dominator ควบคู่อยู่เสมอ

แต่เกมซีรีส์ Burnout ไม่ได้โด่งดังเพียงประเทศไทยอย่างเดียว แต่เป็นเกมระดับอินเตอร์เนชันนัลที่เจ้าสำนักต่างยกย่องว่าเป็นเกมอาร์เคดเรซซิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล เนื่องจากมันเล่นง่าย แต่เร้าใจสุดขีดด้วยระบบเสียง และการนำเสนอโมเดลรถยนต์แบบพุพังได้สมจริง

สามารถพัฒนาเกมให้แหวกแนวยิ่งกว่านี้

Burnout Paradiseเพราะคำว่า “ความสมจริง” ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมเกม Burnout แม้แต่ภาคเดียว ทำให้การพัฒนาเกมภาคต่อสามารถสร้างสรรค์เนื้อหาที่แปลกแหวกแนวยิ่งกว่าภาคเก่าที่ผ่านมา

แต่ถ้าหากสังเกตผลงานเกม Burnout ทุกภาค ระบบเกมเพลย์แต่ล่ะภาคจะไม่รู้สึกซ้ำซากเลย ภาคสามเป็นภาคแรกที่นำเสนอระบบ Takedown คู่แข่ง, Revenge สามารถชนรถสัญจรไปมาจากการชนท้าย, และ Paradise ที่เปลี่ยนจากการแข่งขันเพื่อปลดด่านกลายเป็นแผนที่แบบเปิดโลกกว้างที่มีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย

ดังนั้น ถ้าหากเกม Burnout ภาคใหม่ถือกำเนิดขึ้น มีความเป็นได้สูงมากที่ทีม Criterion Games จะสรรหาเนื้อหาใหม่ ๆ ให้เกมมีความสดใหม่ในคราบซีรีส์ Burnout โดยไม่เสียเอกลักษณ์เกมของตนเอง

ผู้พัฒนาเกม “ยังมีชีวิต”

หนึ่งในสาเหตุที่เกมมอร์หลายท่านยังคงให้ความหวังกับเกม Burnout ภาคใหม่ เพราะทีมผู้พัฒนา Criterion Games หรือผู้ให้กำเนิดซีรีส์ยังคงมีลมหายใจจนถึงปัจจุบัน

ถ้าหากย้อนอดีตกลับช่วงปี 2002 หรือระหว่างการพัฒนาเกม Burnout 2: Point of Impact บริษัท Criterion Games กำลังตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากตัวแทนจำหน่าย Acclaim Entertainment ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และมีความสัมพันธ์ไม่ดีกับ EA Games เพราะอุดมการณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน

Burnout 2แต่หลังจากงาน E3 2003 ทางทีมงาน EA Games อยากรื้อฟื้นความสัมพันธ์ต่อ Criterion Games ด้วยการกลับมาเป็นพาร์เนอร์ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

ตอนแรก Criterion Games ปฏิเสธ แต่ทาง EA Games ยื่นข้อเสนอว่าจะอนุมัติให้พัฒนาเกม Burnout 3 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมมอบความอิสรเสรีและไม่เข้ามาทอดแทรกภายในอย่างแน่นอน ซึ่งทาง Criterion Games ก็ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว และเริ่มพัฒนาเกมโดยทันที

ก่อนพัฒนาเกม Burnout 3: Takedown เสร็จสิ้น ทาง EA Games ประกาศตัวว่าเป็นผู้ครอบครอง Criterion Games กับซีรีส์ Burnout อย่างเป็นทางการ

หลังจากเกม Burnout 3: Takedown ออกจำหน่ายผ่าน PS2, Xbox และ Gamecube ตัวเกมมีกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม จนสามารถกอบกู้ชื่อเสียงทีมงานให้กลับมาอีกครั้ง ในขณะที่ Acclaim โดนทิ้งไว้ข้างหลัง และประกาศล้มละลายในช่วงเวลาต่อมา

ปัจจุบัน Criterion Games ยังคงเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีกับ EA Games ในฐานะผู้พัฒนาเกมใหญ่และผู้ร่วมสร้าง ซึ่งยังคงมีผลงานสร้างเกมต่อเนื่อง โดยผลงานล่าสุดคือ Need for Speed: Most Wanted 2012 และ Battlefield V (โหมด Firestorm)

ทำไมทีมงานสร้าง Burnout ภาคใหม่ซะที ?

น่าเสียดายที่ตลอดเวลา 11.5 ปี ที่ผ่านมา ทีมงาน Criterion Games ไม่ออกมาเผยสาเหตุที่ชัดเจน เพียงแต่บอกว่าพวกเขากำลังยุ่งกับการช่วยเหลือสร้างเกมใหม่จนไม่มีเวลาผลิตผลงานของตัวเอง หากอ้างอิงจาก Twitter ของปี 2016

แต่ความคิดเห็นของเกมมอร์อีกหลายส่วน เชื่อว่าสาเหตุที่ทีม Criterion Games ไม่พัฒนาเกม Burnout ภาคต่อ เพราะทีมงานไม่แข็งแกร่งเหมือนอดีต

แม้ Criterion Games จะผลิตผลงานเกมดีออกมามากมาย แต่ชื่อเสียงของบริษัทไม่โด่งดังเทียบเท่ากับ BioWare, EA Vancouver, หรือ DICE อยู่ดี

และเนื่องจากโมเดลธุรกิจวิดีโอเกมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ทีมงาน Criterion Games จึงไม่สามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ หรือมีอุดมการณ์ที่แข็งแกร่ง กล้าบวกกับ EA Games เหมือนกับยุคต้นปี ’00

ฉะนั้นเกมซีรีส์ Burnout จึงอาจถูกแช่แข็งโดยบริษัท EA Games เพราะเชื่อว่าชื่อ “Burnout” ไม่สามารถขายได้รวดเร็วเหมือนกับเกมตระกูล Need for Speed ที่มีกระแสนิยมมากกว่า

จะสังเกตเห็นว่าระหว่างที่ Criterion Games สังกัดกับ EA Games – หลังจากเกม Need for Speed: Rivals ออกจำหน่าย เหล่าลูกทีมคนเก่าต่างเริ่มทยอยออกจากบริษัทไปทีละคน

คุณ Alex Ward กับ Fiona Sperry อดีตผู้ก่อตั้ง Criterion Games ตัดสินใจออกจากทีมงาน แล้วสร้างสตูดิโอใหม่ชื่อ Three Fields Entertainment และสร้างเกม Dangerous Driving กับ Danger Zone โดยระบุว่าเป็นเกมเรซซิ่งที่สานต่อเจตนารมณ์จากซีรีส์ Burnout อย่างแท้จริง

แม้การแยกตัวของ Criterion Games เป็นสัญญาณไม่ดีว่าเกม Burnout ภาคใหม่อาจไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว แต่เนื่องจากทีมงาน “ยังมีลมหายใจ” จนถึงทุกวันนี้

แม้จะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ EA Games ไม่ตัดสินใจกล้าพัฒนา Burnout ภาคต่อ แต่เกมมอร์ทั่วโลกยังคงให้ความหวังกับเกมนี้ตลอดไปครับ

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close