จัด Loadout อย่างไรให้ลุยได้ทุกงานใน Call of Duty: Warzone

หัวใจสำคัญของการค้นหาอาวุธมาใช้งานใน Call of Duty: Warzone ที่นอกจากจะต้องไปค้นกล่องลังในฉากแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่สร้างความสะดวกสบายให้เราอย่างมากคือการเสียงเงินซื้อ Loadout Drop ในราคา 6000 เพื่อรับ Loadout กับ Perk ที่เราจัดไว้ได้ ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างมากในการเล่นไปจนถึงจบเกม แล้วเราจะเลือกปืนอะไร? แต่งปืนอย่างไร? วันนี้ GamingDose มีข้อแนะนำดี ๆ มาให้ทุกคน

สำหรับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับเกม Call of Duty มาก่อนที่คุ้นชินกับการปรับแต่งปืนที่ยิงในระยะใกล้หรือกลางแล้วตายในนัดหรือสองนัด แต่ใน Warzone จะมีเกราะมารับความเสียหายเพิ่มขึ้นจน Time To Kill นานขึ้นกว่าเดิมมากเกือบสองเท่า และระยะของแผนที่ก็กว้างกว่าเดิมมาก การจัด Loadout จึงจำเป็นต้องมีปืนที่ยิงได้ในระยะกลางและไกลจะเกิดผลดีมากที่สุด และปืนที่เข้าเค้าในกลุ่มนี้ก็หนีไม่พ้น Assault Rifle, Marksman Rifle กับ Sniper Rifle แน่นอน

ถามว่าทำไมต้องเป็นปืนสองประเภทนี้? กล่าวได้โดยง่ายคือ Assault Rifle เป็นปืนที่มีความแรงพอดี ระยะหวังผลไกล และอัตราการลั่นกระสุนที่ต่อเนื่อง ส่วน Sniper ก็มีความเด็ดขาด ยิงโดนหัวศัตรูมีสิทธิ์ร่วงได้ในนัดเดียว แม้จะยิงได้ช้าก็ตาม และยิ่งใครที่หาจุดซุ่มยิงดี ๆ ได้ ปืนทั้งสองประเภทนี้ก็จะมีส่วนช่วยกับเราอย่างมากทีเดียว

ก่อนที่จะไปแต่งของ เรามาดูกันว่ามีปืนอะไรน่าใช้ ถ้าให้เราแนะนำก็คงมีดังต่อไปนี้

M4A1: ปืนมาตรฐานของทุกเกม นอกจากจะมีความแรงที่ไม่เลวแล้ว ยังมีของแต่งให้ใช้งานอีกเพียบ ปรับแต่งให้ยิงให้ทุกระยะอย่างที่ต้องการได้เลย

RAM-7: เอกสิทธิ์สำหรับผู้เล่นที่ผ่าน Season 1 ในเกมหลักมาก่อน(ไม่งั้นต้องไปปลดด้วยวิธีเฉพาะซึ่งใช้เวลานานมากในเกมหลัก) แม้ระยะกระสุนตกจะสู้ M4 ไม่ได้ แต่ในระยะกลางถึงใกล้ นี่เป็นปืนที่คุณจะประมาทไม่ได้เลย แถมมีของแต่งให้ใช้งานเพียบเช่นกัน

AK-47: แม้อัตราการลั่นกระสุนจะไม่เร็วเท่า M4A1 แต่ความแรงต่อนัดนั้นมีสูงกว่ามาก สำหรับคนที่ต้องการความเด็ดขาดและคุมแรงปืนได้อยู่ นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กัน แถมของแต่ยังมีอยู่พอสมควรอีกด้วย

HDR: หากให้เลือกระหว่าง HDR กับ AX-50 ที่มีความเด็ดขาดเหมือนกัน ผู้เขียนของเลือก HDR เพราะด้วยระยะและความแม่นที่สูงกว่า ถ้ายิงดี ๆ ก็สามารถเก็บศัตรูได้ในนัดเดียวจากทุกระยะเหมือนกัน

MP5: สำหรับคนที่ต้องการความคล่องตัวที่มากกว่าในระยะประชิดถึงระยะกลาง MP5 มีความเร็วและคล่องตัวในการ Aim Down Sight ที่สูงมาก แถมยังยิง Hip Fire ได้ดีเช่นกัน สำหรับคนที่ชอบวิ่งแล้วยิงแบบไม่ทันตั้งตัว นี่เป็น SMG ที่ค่อนข้างเหมาะมาก แต่กระสุนอาจจะไม่เยอะมากเพราะต้องเปลี่ยนใช้แมกกาซีนแบบ 10mm ที่ยิงได้แรงกว่าแทน

AUG: อีกหนึ่ง SMG ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ด้วยอัตราการลั่นกระสุนที่สูง และเป็น Weapon of Choice ของผู้เล่นระดับโปรหลายคน อีกทั้งยังมีของแต่งที่มากพอจนปรับแต่งได้หลากหลาย เรียกว่าเล็งได้นิ่งและแรงไม่แพ้ปืน AR หลายกระบอกในเกมเลย

แล้วควรแต่งปืนอย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพใช้งานได้ดีที่สุด? หลังจากเราเก็บ Level ของปืนที่ต้องการได้จนครบแล้ว ก็มีของแต่งที่แนะนำดังต่อไปนี้

ของที่ช่วยลดแรงดีดและคุมปืนได้: ของจำพวก Foregrip ด้ามปืนหรือพานท้ายทั้งหลายที่ช่วยให้เราคุมปืนได้ดีขึ้นเป็นสำคัญมาก เพราะหลายครั้งเรามักจะยิงสู้กันในระยะเกิน 50 เมตรขึ้นไป การคุมปืนให้ยิงเข้าเป้าได้ตลอดจึงจำเป็นมาก แต่ผู้เล่นก็ต้องศึกษาแรงดีดของปืนที่ตัวเองใช้ด้วย เพื่อประโยชน์สูงสุด

Monolith Suppressor: ปลอกเก็บเสียงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเกม เพราะไม่ลดระยะของกระสุนตกจนความเสียหายลดลง ทว่าก็แลกมาด้วยเวลาในการ Aim Down Sight ที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากจะช่วยพรางเสียงแล้ว ปลอกเก็บเสียงในเกมนี้ยังช่วยให้เวลายิงเราจะไม่ปรากฏตัวใน Mini Map อีกด้วย ซึ่งช่วยได้มากในตอนที่ต้องปะทะกับผู้เล่นอื่นมากกว่าสองกลุ่มขึ้นไปในบริเวณเดียวกัน

Extended Magazine: กระสุนยิ่งเยอะยิ่งได้เปรียบ ข้อนี้ยังเป็นความจริงเสมอ คิดดูว่ากระสุนที่มากกว่าเดิมจาก 30 นัดขึ้นไปเป็น 60 นัดนั้นจะช่วยให้เรารอดชีวิตมาได้กี่ครั้งเมื่อเทียบกับการทีต้องยิงแล้วรีโหลดตลอดเวลา แม้จะต้องแลกกัยความคล่องตัวที่ลดลงไป แต่ก็คุ้มค่าอยู่ดี

Thermal Scope: สโคปติดกล้องวัดอุณหภูมิเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เปรียบขึ้นมากในสถานการณ์ของเกมแบบ Battle Royale เพราะบางครั้งกล้องแบบธรรมดาจะทำให้เรามองไม่เห็นศัตรูที่แอบอยู่ในที่กำบังบางจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่ได้ใส่ Perk Cold-Blooded มานั้นถือเป็นอาหารอันโอชะได้เลย หรือถึงจะติดมาก็ยังมองเห็นได้ลาง ๆ ติดให้กับปืนไหนก็มีประโยชน์แทบทั้งสิ้น

อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่แนะนำ

Semtex/Frag Grenade: ระเบิดมือที่ใช้ได้ดีทุกสถานการณ์ ใช้ได้ดีมากในช่วงกลางถึงท้ายเกมที่เราพอรู้ว่าศัตรูหลบมุมอยู่ตรงไหน และก็ไม่ใช่ทุกคนที่ติดตัวดักระเบิดไว้กับตัว มีไว้ก็ไม่เสียหาย

Heartbeat Sensor: อุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของศัตรูในระยะรอบตัวของเรา ใช้ได้ผลดีมากในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้ใจหรือค้นหาศัตรูที่ซุ่มอยู่ ใช้คู่กับ Perk Tracker จะได้ผลมากขึ้นไปอีก

Smoke Grenade: ระเบิดควันที่ยังใช้งานได้ดีไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากจะใช้พรางสายตาจากศัตรูเพื่อเข้าบุกแล้ว ยังช่วยบังเพื่อนที่ล้มอยู่ได้เหมือนกัน

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

close