คุยกันหลังลองเล่น Spider-Man (2018) ในงาน PSX 2018


ทีมงาน GamingDose บุกไปลุยงาน PSX 2018 กันมาแล้ว และ Spider-Man ก็ถือเป็นเกมดาวเด่นอีกตัวของเกม มีอะไรน่าพูดถึง ฟอร์มตัวเกมน่าสนใจขนาดไหน มาดูกัน 

ถือเป็นเกมไฮไลต์สำคัญของงานเลยทีเดียวสำหรับ Spider-Man (ดูจากจำนวนคิวของคนที่อยากลองก็พอบอกได้ว่ากระแสเกมมาแรงขนาดไหน แพ้แค่เกม RE2 เกมเดียว)

ตัวเกมเปิดให้ลองเล่นราวๆ 20 นาที เริ่มมา Spider-Man ก็ไต่ตึกรอให้เราบังคับกันอยู่แล้ว พูดกันถึงเรื่องระบบตัวเกมโดยรวมก่อน ตัวเกมเรียกได้ว่าเป็นเกม Open World แบบเต็มรูปแบบ แผนที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้เราเดินทางไปสำรวจจุดต่าง ๆ ได้ตามใจ

ตัวเมืองมีความเป็นชีวิตชีวา มีผู้คนเดินไปมา มีรถราวิ่งกันทั่วทั้งเมือง และมีภารกิจหลัก ภารกิจรอง ให้ทำ (ในเดโมมีอยู่ไม่มากแต่เชื่อว่าเกมเต็มน่าจะอัดแน่นไปด้วยภารกิจ)

จุดเด่นของเกมอยู่ที่อนิเมชั่นและการเคลื่อนไหว  ตัว Spider-Man นั้นมีการบังคับที่ลื่นไหลและทำให้เรารู้สึกว่าเรากำลัง “เป็น” Spider-Man อยู่จริง ๆ โดยเฉพาะในระหว่างการเคลื่อนที่โดยการยิงใยโหนตัวไปมาในเมือง

ส่วนด้านระบบการต่อสู้นั้นจะมีความคล้ายกันกับเกม Hero อีกตัวอย่าง Batman มีการโจมตี การกระโดดหลบ การยิงใยศัตรูเพื่อดึงหรือพุ่งตัวเข้าไปหา ตัว Spider-Man ยังมาพร้อมอุปกรณ์เสริมอย่างระเบิดและกับระเบิดใยแมงมุม เท่าที่ผมได้ลองรู้สึกว่าศัตรูของ Spider-Man ดูจะมีความดุดันมากกว่าใน Batman อยู่พอควรโดยเฉพาะเจ้าพวกศัตรูที่ใช้ปืนเป็นอาวุธ

ตัว Demo มีให้เราลองเล่นจนไปพบกับ Boss ตัวหนึ่ง ซึ่งการต่อสู้กับ Boss ถือเป็นจุดด้อยที่เห็นได้ชัดใน Demo เลยทีเดียว เพราะรูปแบบการโจมตีของ Boss ค่อนข้างจะไม่หลากหลาย มีรูปแบบการโจมตีซ้ำไปซ้ำมา (แต่นี่ก็เป็นเพียง Boss ตัวเดียว ตัวเกมเต็มก็อาจมีลูกเล่นอะไรมากกว่านี้)

อีกส่วนที่โดดเด่นอย่างมากก็คือระบบ Random Event หรือเหตุการณ์สุ่ม โดยระหว่างการเล่นจะมี “อาชญากรรม” เกิดขึ้นภายในเมืองให้เราได้เข้าไปแก้ไข ทั้งการปล้นทั่วไปหรือรถขนระเบิด

เมื่อรวมทุกอย่างเข้าได้กันบอกได้เลยว่า Spider-Man เป็นเกมที่ทำให้คุณรู้สึกว่าเป็น Super Hero ได้ดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้

ถึงจะไม่อาจเอาไปเทียบกันตรงๆกับซีรีส์อย่าง Batman Arkham ได้แต่จากทุกอย่างที่เห็น Spider-Man มีสิทธิขึ้นไปเทียบชั้นซีรีส์รุ่นพี่ได้อย่างแน่นอนครับ