คัมภีร์จอมยุทธ์สำหรับหน้าใหม่ และเทคนิคต่าง ๆ ในการเล่น NARAKA Bladepoint

เปิดให้เล่นช่วงทดสอบกันอีกรอบหนึ่งแล้ว สำหรับ NARAKA Bladepoint เกมแอ็คชั่น Battle Royale สไตล์จอมยุทธ์ที่ต้องใช้ฝีมือในการเล่นพอสมควร กล่าวได้ว่านี่เป็นอีกเกมที่ Easy to Play, Hard to Master ก็ว่าได้ และตัวเกมในเบื้องต้นก็ถือว่ามีระบบการเล่นที่เยอะกว่า Battle Royale เกมอื่น ๆ เอาเรื่อง เพราะอย่างนั้น วันนี้เหล่าจอมยุทธ์หน้าใหม่ หรือคนที่คิดจะลองทั้งหลาย นี่คือคัมภีร์จอมยุทธ์ที่คุณไม่ควรพลาดก่อนจะเข้าไปลองเล่นจริง ถ้าพร้อมแล้ว จับดาบ ลับกระบี่ให้พร้อม แล้วเข้าสู่สนามรบนี้ไปพร้อม ๆ กัน

1. ทำความเข้าใจกับความสามารถของตัวละคร

เหล่าฮีโร่หรือตัวละครใน NARAKA Bladepoint จะมีความคล้ายคลึงกับ Apex Legends ตรงที่แต่ละตัวจะมีสกิลความสามารถให้ใช้งาน 2 สกิล คือสกิลกดใช้ทั่วไป กับสกิลท่าไม้ตาย ที่แต่ละตัวจะมีไม่เหมือนกัน บางตัวอาจเป็นการสร้างดาเมจใส่ศัตรู บางตัวสามารถควบคุม หรือขัดการโจมตีของศัตรูได้ หรือบางตัวอาจช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมได้ ดังนั้น ก่อนหยิบตัวละครใดไปเล่น การรู้ก่อนว่าฮีโร่ตัวนั้นทำอะไรได้ จะมีประโยชน์มากในการใช้ให้ถูกสถานการณ์

และในเกมนี้ เมื่อเงินเราถึง เราสามารถปลดล็อคความสามารถของสกิลเพิ่มได้อีกอย่างละ 2 แบบ แต่ละแบบก็จะให้ความสามารถพิเสษเพิ่มต่างกันออกไปอีก ใน 1 ตัวละคร ผู้เล่นสามารถสร้างทางเลือกในการเล่นได้ตั้งแต่ในส่วนของสกิลนี้เลย

2. เข้าใจระบบการต่อสู้  เพราะมันไม่ได้มีแค่การฟันมั่ว

ระบบการต่อสู้ของ NARAKA Bladepoint จะเน้นไปที่การต่อสู้ระยะประชิด แต่ก็มีอาวุธระยะไกลอยู่ด้วย สำหรับอาวุธระยะไกลนั้น ไม่มีอะไรนอกไปจากการเล็งยิงให้โดนเท่านั้น แต่สำหรับอาวุธระยะประชิดนั้น จะต้องใช้ทักษะที่ค่อนข้างสูงกว่า อาวุธทุกประเภท จะมีรูปแบบการโจมตีที่ต่างกัน ทั้งระยะ ความสามารถ และคอมโบที่เรากดได้ในแต่ละอาวุธก็จะต่างไปด้วย

รวมไปถึงระบบการต่อสู้ของเกมเอง แบ่งระบบการโจมตีออกเป็น Common Attack หรือการโจมตีทั่วไป / Focus Strike หรือการกดค้างชาร์จเพื่อโจมตี / Counterstrikes ที่เอาไว้ป้องกันการโจมตีประเภท Focus Srtike และสวนกลับการโจมตีศัตรู การโจมตีทั้ง 3 แบบ จะแพ้ทางชนะทางกันด้วย ยิ่งทำให้ตอนเล่นจริง ตองสังเกตและจับทางศัตรูให้ดี เพื่อสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ให้มากที่สุด

3. Glyph Board หรือระบบหินรูน

ระบบ Glyph Board หรือเอาแบบเข้าใจง่าย ๆ คือระบบหินรูน จะปลดล็อคในช่วงแรกเมื่อเลเวลไอดีของเราถึง และจะใช้เงินในการปลดล็อคชุดรูนใหม่เพิ่มในภายหลัง รูนในเกมนี้แบ่งออกเป็น 4 แบบ คือ Origin เน้นเพิ่มพลัง Rage / Lunar เน้นเพิ่มพลังพลิกแพลงในการต่อสู้ และเพิ่มพลังโจมตีจากท่าไม้ตาย / Solar ช่วยเพิ่มพลังในการเอาตัวรอดและโชค / Omni เกี่ยวกับการช่วยเหลือ และการซื้อของในร้านค้า

เราจะปลดล็อครูนแต่ละแบบได้ด้วยการใช้เงินในเกม และการอัปเกรดก็ต้องใช้เงินในเกมด้วย แต่การจะปลดทั้งหมดนั้นก็ใช้เงินมหาศาลเหมือนกัน ดังนั้นก่อนปลดรูนสายใด ก็ต้องดูให้ดีว่า มันเหมาะกับตัวละครที่เราชอบเล่นเป็นประจำหรือไม่

ในส่วนของหน้ารูนนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 หน้า หน้าแรกจะเป็นหน้าที่แชร์กันกับทุกตัวละครในไอดีเรา ส่วนหน้าที่ 2 กับ 3 จะต้องใช้เงินปลดล็อค และจะเป็นหน้าเฉพาะของตัวละครนั้น ๆ

4. ลูทของด้วยการกด Tab และใช้เมาส์ จะรวดเร็วกว่า

เข้าสู่เกมการเล่นจริงกันบ้าง สำหรับเกมแนว Battle Royale หัวใจสำคัญคือการลูทของ เพื่อทำให้ตัวละครเรามีความสามารถจะไปต่อสู้กับคนอื่น ๆ ได้ แต่ละคนจะมีวิธ๊การลูทของที่ต่างกัน บางคนดูของบนพื้นแล้วกด E แต่กับเกมนี้ ผู้เขียนแนะนำว่าให้คุณใช้วิธีกด Tab แล้วเลือกของที่จะลูท จะสะดวกสบาย และรวดเร็วกว่ามาก เพราะเอฟเฟคท์ของไอเทมเวลาตกพื้นที่จะมีแสงสี และมีโมเดลไอเทมที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้บางครั้งการกด E ของเรา อาจจะไม่แม่นยำ และไปเก็บได้ไอเทมที่ไม่ต้องการแทน ต้องเสียเวลาโยนออกจากช่องเก็บของอีก ดังนั้นเกมนี้ใช้วิธีลูทแบบ Tab + Mouse จะง่ายกว่า

5. ขีดจำกัดของการพกพาไอเทมแต่ละชิ้น

ข้อควรรู้สำหรับการพกพาไอเทมในเกมนี้ หากอธิบายว่ามันโคลนมาจาก Apex Legends เลยก็ไม่ผิด แต่จะช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก เราจะได้รู้ลิมิตและบริหารจัดการช่องเก็บของของตัวเองได้ จะเก็บไอเทมที่สำคัญ ๆ ติดตัวไว้ได้

  • Vitalia ยาฟื้นพลังชีวิตสีเทา พกได้สูงสุด 4 ชิ้น / 1 ช่อง
  • Vitalia II ยาฟื้นพลังชีวิตสีฟ้า พกได้สูงสุด 2 ชิ้น / 1 ช่อง
  • Armor Powder ยาฟื้นเกราะสีเทา พกได้สูงสุด 4 ชิ้น / 1 ช่อง
  • Armor Powder II ยาฟื้นเกราะสีเทา พกได้สูงสุด 2 ชิ้น / 1 ช่อง
  • Weaponry Chest กล่องซ่อมอาวุธ พกได้สูงสุด 2 ชิ้น / 1 ช่อง
  • Grappling Spool หรือตะขอฮุก พกได้สูงสุด 6 ชิ้น / 1 ช่อง

เหมือนกับ Battle Royale เกมอื่น ในช่วงแรกเริ่มผู้เล่นต้องวิ่งหากระเป๋าเองก่อน ดังนั้นช่วงที่ไม่มีกระเป๋า ให้เลือกบริหารจัดการพกไอเทมติดตัวให้ดี จะได้ตัดปัญหาช่องไอเทมเต็ม

6. คอยเช็คความคงทนของอาวุธเสมอ อย่าให้พัง

หาก Battle Royale เกมอื่น จะมีไอเทมจำพวกกระสุนปืน เกมนี้ก็จะเป็นค่าความคงทนของอาวุธ และการแบ่งเกรดไอเทม ยิ่งเกรดสูง ความคงทนก็จะยิ่งสูงตาม และใช้งานได้นานมากขึ้น ถ้าอาวุธพังระหว่างการต่อสู้ขึ้นมา รับรองว่างานเข้าแน่นอน การซ่อมอาวุธสามารถทำได้โดยการกด R และใช้ Weaponry Chest 1 ชิ้นต่อการซ่อม 1 ครั้ง ดังนั้นก่อนกดซ่อมจึง้ตองมั่นใจว่าค่าความคงทนของเราเหลือน้อยพอให้ซ่อม ไม่อย่างนั้นก็เปลืองกล่อง แต่ถ้าไม่ซ่อมเลย แล้วไฟท์ต่อไปเกิดยืดยาวขึ้นมา การจะไปกดซ่อมระหว่างสู้ก็เป็นภาระให้เพื่อนร่วมทีมไม่แพ้กัน ผู้เล่นจึง้ตองตัดสินใจเอาให้ดีว่าจังหวะไหนควรซ่อมอาวุธ

7. Grappling Hook พลิกแพลงสถานการณ์ ได้ทั้งหลบหนี และไล่ตาม

เกมนี้จะมีไอเทมที่ชื่อ Graplling Spool (หรือใครจะเรียก Grappling Hook ก็ได้) ซึ่งประโยชน์ของมันนั้น ใช้พลิกแพลงสถานการณ์ได้ทั้งการหลบหนีและไล่ล่า โดยมันมีระยะการใช้งานที่ไกลมาก ยิ่งจัดหน้ารูนสนับสนุนมันก็จะยิ่งไกลขึ้นไปอีกด้วย ในการใช้งาน ผู้เล่นต้องรู้จักพลิกแพลง ตั้งแต่การเล็งไปยังที่สูงเพื่อหลบหนีอย่างรวดเร็ว หรือบางครั้งใช้ในการไล่ตามโดยเล็งไปที่ศัตรูโดยตรง การใช้ Grappling Hook ยังสามารถใช้ในการพุ่งเข้าไปในตัวอาคารบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ถ้าหากเรามองเห็นหน้าต่างของบ้านไหนใกล้พัง ก็สามารถใช้ทะยานเข้าไปได้เลย หรือบางครั้ง สามารถใช้กับหน้าผาสูง เพื่อขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็วก็ทำได้เช่นกัน ไอเทมชิ้นนี้ในเกมทำให้รูปแบบการเล่นของเกมนี้ต่างจากเกมอื่นพอสมควร

8. หากเราตาย ถ้าเพื่อนไม่ช่วย ก็จงช่วยตัวเอง

ปัญหาโลกแตกเวลาเล่นเกม Battle Royale แบบเป็นทีม คือเมื่อมีสมาชิกในทีมตาย การจะปลีกตัวไปช่วยเหลือก็ยากเย็น ทั้งต้องคอยสอดส่องศัตรูที่อาจมาตลบหลัง หรือต้องรับมือกับสมาชิกศัตรูที่ยังไม่ตาย ดังนั้น ถ้าจังหวะเหมาะสม ก็ไม่ต้องลำบากเพื่อนเราให้มาช่วย ในเกมนี้ หากเราตายแล้ว เราจะเข้าสู่ร่างวิญญาณ ซึ่งร่างนี้จะเคลื่อนที่ได้เร็ว กระโดดได้สูง ให้เรามองหา Soul Altars ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปฐานดอกบัวในแมป และเมื่อไปถึงจะเหมือนโคนต้นไม้ และมีแสงสีแดงอยู่ เราสามารถชุบชีวิตตัวเองขึ้นมาใหม่ได้เลย โดยไม่ต้องให้เพื่อนช่วยชุบแต่อย่างใด การเกิดใหม่แบบนี้เราจะได้อาวุธเบื้องต้นติดตัวไว้ 1 ชิ้น เพื่อที่จะทำให้เราสามารถต่อสู้ได้อย่างทันท่วงที แต่เราจะทำแบบนี้ได้ 1 ครั้ง / 1 เกมเท่านั้น และทางที่ดี ถ้าเพื่อนเรามีโอกาสชุบได้ ก็เก็บวิธีเกิดแบบนี้ไว้ใช้ในยามจำเป็นจริง ๆ จะดีกว่า

9. รวมกันเราอยู่ แยกหมู่ระวังโดนรุม

ความโหดร้ายของเกม Battle Royale ที่เน้นการสู้ระยะประชิด คือการโดนรุมอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะต่อให้คุณจะเชี่ยวชาญการ Block / Counterattack สักแค่ไหน แต่การโดนคนสองคนหรือสามคนรุมขึ้นไปก็ไม่ใ่ชอะไรที่คุณจะรับมือกันได้ง่าย ๆ ดังนั้นเกมนี้พยายามเกาะกลุ่มรวมกันไว้จะดีกว่า เพราะการโดนรุม ต่อให้คุณใส่เกราะสีทอง ก็จะเลือดหายอย่างรวดเร็ว หรือจะแบ่งฟอร์เมชั่นทีม จะให้คนหนึ่งใช้อาวุธระยะไกลคอยสอยศัตรูก็ได้ หรือจะเล่นอาวุธประชิดกันหมดเลยก็ทำได้เช่นกัน และแต่ละตัวละครก็บิลด์สายการเลนได้มากมาย ยิ่งมีเพื่อนเล่น ทำงานกันเป็นทีม เกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่สนุกมาก

 

ผู้เขียนบทความ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง