ความรู้สึกหลังลองเล่น Devil May Cry 5 : Demo (PS4)


Devil May Cry 5 ถือเป็นอีกหนึ่งเกมมาแรงข้ามปีจากทางฝั่งของ Capcom ที่ในปีนี้ก็ได้ฤกษ์วันวางจำหน่ายเสียที และมีการปล่อย Demo ให้แฟน ๆ ได้เล่นให้หายคิดถึง อีกทั้งยังเป็นการที่ให้เหล่าแฟน ๆ ได้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมาถึงของเกมภาคใหม่ หลังจากได้ลองสัมผัส Demo ของตัวเกมผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของเหล่าเกมเมอร์คือ PlayStation 4 จึงได้นำประสบการณ์ที่ลองเล่นมาบอกให้กับเพื่อน ๆ ชาว GamingDose ได้รับทราบกัน

ความรู้สึกแรกที่ได้เล่นนั้น “เป็นความรู้สึกเดิมที่คุ้นเคย” เกม Devil May Cry 5 ยังเขาเอาเสน่ห์เก่า ๆ กลับมาอย่างครบถ้วน โดยมุมมองของผู้เขียนนั้นองค์ประกอบของ Devil May Cry คือ Gameplay ที่สนุกและลื่นไหล ตัวละครที่สุดกวนและ Boss Fight สุดมัน ซึ่งในภาคนี้ทางทีมงานก็ยังคงที่จะนำเอาจิตวิญญาณดั้งเดิมของซีรีส์อย่างครบถ้วน ทำให้แฟน ๆ ของ Devil May Cry หายห่วงได้ สำหรับมือใหม่ของซีรีส์นี้อาจจะต้องปรับตัวนิดหนึ่งเพราะซีรีส์นี้ไม่ได้เน้นการรัวปุ่ม แต่เน้นการทำดาเมจแบบต่อเนื่องด้วยท่วงท่าต่าง ๆ ดังนั้นทำให้เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การกดสกิลจากท่วงท่าต่าง ๆ ให้มีความต่อเนื่องกัน ซึ่งจุดนี้ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กับสร้างความคุ้นเคยนิดหน่อย

เสริมด้วยสิ่งใหม่ ๆ ในภาคนี้ Nero ได้อาวุธใหม่คือแขนกล Devil Breaker ที่จะทำให้เราสามารถพลิกแพลงในการต่อสู้ได้ดีขึ้น โดยอาวุธชิ้นนี้จะมี 4 ชิ้นอีกทั้งใช้แล้วพัง ทำให้อาจจะต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้ แต่ถึงกระนั้นตัวเกมก็คงใจดีด้วยการที่ Devil Breaker สามารถหาเก็บได้ในฉาก

นอกจากนี้ตัวเกมยังเพิ่มความสะดวกให้กับคนเล่นโดยจะมีตู้โทรศัพท์หน้าพื้นที่ก่อนจะเจอบอสของเกม ที่จะเรียกเจ๊ Nico ขับรถตู้มาให้ผู้เล่นได้ใช้ Red Orb ที่หามาได้ระหว่างฉากมาอัพเกรดตัวละครกับซื้อไอเทมได้เลย ทำให้เราไม่ต้องรอจบฉากเพื่อที่จะอัพเกรดเหมือนกับภาคที่ผ่าน ๆ มาแล้ว ทำให้เราสามารถที่จะเตรียมตัวได้ดีขึ้นและสามารถนำสกิลใหม่ ๆ มาใช้ได้ทันที

สิ่งที่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับ Demo ตัวนี้คือระยะเวลาในการโหลดฉากที่นานเกินไป เมื่อเทียบกับสปีดของตัวเกม แม้กระทั่งการเข้าไป Customize ตัวละครผ่านเมนูยังมีระยะเวลาโหลดที่ยาวนาน ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาที่ Demo ของตัวหรือเครื่อง PlayStation 4 Pro กันแน่

โดยรวมแล้ว Devil May Cry 5 ฉบับ PlayStation 4 ถือว่าเป็นเกมแนว Action/Adventure อีกหนึ่งเกมที่ยังคงเล่นได้สนุกภายใต้ Concept คงของเดิมเสริมของใหม่ ซึ่งเกมตัวเต็มจะวางจำหน่ายในวันที่ 8 มีนาคม 2019 ในแพลตฟอร์ม PlayStation 4, Xbox One และ PC