ความรู้สึกจากการเล่น Mega Man 11 และ Jump Force ในงาน PSX 2018


เป็นอีกสองเกมที่ทีมงานเราได้ไปลองสัมผัสกันจากในงาน PSX 2018 จะสนุกและน่าสนใจกันขนาดไหน ไปลองดูกัน 

หลังจากที่ทีมงาน เราได้พูดคุยถึง Spider-Man 2018 ในฉบับวีดีโอเกม ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาของ Mega Man 11 และ Jump Force หนึ่งในเกมที่น่าจับตามองอีกเกมหนึ่ง

Mega Man 11

เกมนี้ก็ยังคงไว้เอกลักษณ์ดั้งเดิมของเกมซีรี่ส์ Mega Man ตั้งแต่เมนู UI และฉากเลือกบอสสุดคลาสสิก

ในส่วนเรื่องของระบบเกมเพลย์ยังเป็นรูปแบบ Platfromer ตามสไตล์ Mega Man ที่ผู้เล่นจะตะลุยด่านจนกว่าจะถึงห้องบอสและปราบมันให้จนได้ดยกุญแจหลักของการเล่นก็คือต้องหาการโอกาสยิงที่เหมาะเจาะเหมือนกับภาคก่อน ๆ

Mega Man 11

แต่เกมการเล่นในภาคนี้ได้เพิ่มระบบ Power Up Mode ที่จะเปลี่ยนโหมดการยิงทีละสามนัด พลังทำลายแรงขึ้น กับ Speed Mode ที่จะช่วยสโลว์เวลาดั่ง Bullet Time พร้อมทั้งสามารถเรียกเพื่อนคู่หเพื่อช่วยสนับสนุนผู้เล่นได้ตลอดเวลา ซึ่งฟีเจอร์นี้จะทำให้ผู้เล่นได้มีการวางแผนในการเล่นกับคิดไวทำไวมากขึ้น และคาดว่าจะสามารถจัดแต่งในเวอร์ชั่นเกมเต็ม

Mega Man 11

ผมรู้สึกสนุกไม่น้อยเลยสำหรับเกม Mega Man 11 ที่แม้ว่าเกมจะเล่นง่าย แต่ก็ยังคงท้าทายในรูปแบบของ Mega Man ดั้งเดิมไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบติดหู, กราฟิกสวยเรียบ, การออกแบบแผนที่ได้สนุก และฟีเจอร์ใหม่ดังกล่าวจะช่วยให้เกมเพลย์สนุกยิ่งขึ้นไปอีก ก็ถือว่าเป็น Comeback ของซีรี่ส์ Mega Man อย่างแท้จริง เพราะแม้จะเพียง 10 นาที ผมก็เพลิดเพลินไปกับเกมนี้ตลอดเวลา

Jump Force

การรวมตัวของหนังสือการ์ตูนมังงะญี่ปุ่นจากสำนักพิมพ์ Shonen Jump มาสู้กันเอง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดูเข้าท่า เพราะสำนักพิมพ์แห่งนี้มีผลเลืองชื่อมากมายไม่ว่าจะเป็น Naruto, Dragon Ball, Hunter X Hunter, Bleach, Nisekoi และอื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนตัวละครที่เลือกให้เล่นในงาน PSX 2018 จะมีเพียงตัวละครหลักของซีรี่ส์อย่าง Naruto กับ Sasuke, One Pieces (Luffy กับ Solo) และ Dragon Ball Z (Goku กับ Frieza) โดยทุกเสียงพากย์ก็ได้นำมาจากอนิเมะต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น

Jump Force

พูดถึงระบบการต่อสู้แล้ว Jump Force จะเป็นเกมต่อสู้รูปแบบ Arena Fighting ที่จะมีแผนที่ขนาดกว้างใหญ่ที่ผู้เล่นสามารถควบคุมทิศทางไปไหนก็ได้อย่างอิสระ แต่โดยรวมแล้วก็ยังคงเป็นเกมต่อสู้ที่เล่นง่ายที่มีเพียงแค่โจมตีเบา/หนัก หลบหลีก, การป้องกัน และเปลี่ยนสลับตัวละครเท่านั้น แต่ที่น่าสนใจก็คือแต่ล่ะคนจะมีท่าต่อสู้เป็นของตัวเอง และมีท่าไม้ตายเฉพาะตัวที่เยอะถึง 4 ทักษะ ซึ่งฉากท่าไม้ตายก็ออกแบบมาเท่ใช้ได้เลย

Jump Force

แต่เรื่องมุมกล้องกับกราฟิกยังคงต้องปรับปรุงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโหลดในส่วน Texture ตัวละครเกมยังค่อนข้างนาน, ฉากแผนที่เองก็ยังขาดความปฏิสัมพันธ์ กับความลื่นไหลยังวิ่งอยู่ที่ 20-30 FPS เท่านั้น ทำให้การเล่นเกมนานเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการ Motion Sickness ได้ง่าย ซึ่งก็หวังว่าเมื่อถึงวันจำหน่ายจริงจะปรับปรุงทำได้ดีกว่านี้ครับ