คลื่นไส้ไปกับ Kane & Lynch 2: Dog Days เกมแย่ที่มีเอกลักษณ์น่าจดจำ


Kane & Lynch 2: Dog Days ไม่ใช่เกมที่ดี แต่มีอีกส่วนหนึ่งที่เกมเมอร์หลายคนชื่นชอบ โดยเฉพาะ ‘การนำเสนอ’ ของเกมนี้ที่ได้ฉีกความเป็น TPS ทิ้งทั้งหมด แม้ว่าไม่ได้ทำให้ระบบเกมโดยรวมดีขึ้น แต่ทำให้เกมมีเสน่ห์และน่าสนใจ ทั้ง ๆ ที่เพลเยอร์หลายคนต่างไม่ปลื้มและบ่นตลอดการเล่นเช่นกัน

นี่คือ ‘Kane & Lynch 2: Dog Days‘ เกมแย่ที่มีเอกลักษณ์น่าจดจำ เป็นเกมยิงมุมมองข้ามไหลที่ผู้เขียนทั้งชอบทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะการนำเสนอสุดแหวกแนวที่ทำให้ผู้เขียนต้องฝืนเล่นจนจบเกมพร้อมกับสภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก

kane & lynch

Kane & Lynch คืออะไร? (แบบย่อด่วน)

Kane & Lynch เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่สามในรูปแบบธีมอาชญากรรมดราม่า พัฒนาโดย IO Interactive จัดหน่ายโดย Eidos Interactive (ปัจจุบันคือ Square Enix) ที่มีผลงานเกมอันเลืองชื่ออย่างซีรี่ส์ HITMAN โดยภาคแรกออกจำหน่ายในปี 2007 มีชื่อภาคว่า DEAD MAN และปี 2010 ใช้ชื่อภาคต่อว่า 2: Dog Days โดยซีรี่ส์นี้จะมีตัวละครหลักในมุมมองของ Kane ผู้เป็นทหารรับจ้างเดี่ยวและ Lynch อาชญากรรมป่วยอาการทางจิต

ก็ต้องบอกก่อนเลยว่าผู้เขียนได้เคยเล่นเกม Kane & Lynch: DEAD MAN มาบ้าง แต่ (ไม่) น่าเสียดายที่เล่นเนื้อเรื่องไม่จบเนื่องจากพาล ‘เบื่อ’ ไปซะก่อน เพราะว่าคุณภาพเกมโดยรวมแทบไม่มีอะไรน่าจดจำเลย เป็นเกมยิงพื้น ๆ ที่มีเพียงแค่หลบยิงตลอดทั้งเกม, เนื้อเรื่องธรรมดา, กราฟิกก็เฉย ๆ ตัวละครนำเสนอเสียงพากย์ได้ดิบเถื่อนก็จริงแต่ยังไม่สุดสักทาง ถ้าจะให้คะแนนเกมนี้จะอยู่ที่ 5 / 10 ระดับพอใช้เท่านั้น

kane & lynch

แล้วต่อมาในปี 2010 เกม Kane & Lynch 2: Dog Days ได้ออกวางจำหน่าย ผู้เขียนได้โดนตกเหยื่อโดยตัวเกมได้โปรโมตว่าจะเป็นเกมยิงแอ๊คชั่นที่ให้อารมณ์ Adrenaline สูบฉีดตลอดทั้งเกม และตัว Trailer กับฉากเซตติ้งอยู่ที่กรุงเซี้ยงไฮ้ ณ ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับผู้เขียนสมัยเด็กวัยรุ่นและยังคงเชื่อใจในทีมงานคุณภาพของ IO Interactive อยู่

เพราะฉะนั้นผู้เขียนจึงไม่รอช้าซื้อเกมมาลองเล่นเมื่อมีโอกาส แล้วผลลัพธ์จากการเล่นเกมนี้ คือ อืม… มันไม่โอเคแต่เจ๋งในเวลาเดียวกัน แต่เพิ่มเติมคืออาการป่วยจากการเล่นเนื้อเรื่องจบอีกด้วย

Kane & Lynch 2: Dog Days หมาสมชื่อจริง ๆ

ถ้ามองจากเรื่องระบบของเกมเพลย์แทบจะไม่แตกต่างจากภาคแรกเลย ทั้งเกมมีเพียงแค่หลบ ๆ ยิง ๆ ตลอดทั้งเกม และการออกแบบแผนที่ภายในเกมเป็นเส้นตรงเรียบง่ายเกินไป ทำให้เกมรู้สึกจืดชืดมาก ถ้าเป็นเกมยิงปกติทั่วไปก็คงเลิกเล่นกลางทางไม่ต่างจากภาคเก่า แต่ด้วยวิธีอะไรบางอย่างทำให้ผู้เขียนสามารถเล่นเกมเนื้อเรื่องจนจบได้อย่างสภาพที่งุนงง และวิธีนั้นก็คือ การนำเสนอที่มีเอกลักษณ์ของเกมนี้

kane & lynch

การนำเสนอของ Kane & Lynch 2 จะเป็นมุมกล้อง TPS ที่เรียกว่า Camera Shake มีลักษณะเป็น Footage แอบถ่ายวีดีโอ ทำให้ภาพในเกมจะส่ายซ้ายขวาบนล่างตลอดเวลาราวกับผู้เล่นอยู่ในเหตุการณ์สุดวายป่วงจริง ๆ ซึ่งมุมกล้องนี้อาจจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์มอนสเตอร์บุกโลกเรื่อง Cloverfield ที่ใช้เทคนิคเดียวกัน และวิธีนี้ได้ผลสำหรับโลกวิดีโอเกมได้หรือไม่? ผลลัพธ์คือ โศกนาฎกรรม

Camera Shake สามารถสร้างความยูนิค (Unique) และเอกลักษณ์ที่ไม่มีเกมไหนกล้าทำมาก่อน การนำเสนอดังกล่าวทำให้บรรยากาศภายในเกมมีประสิทธิภาพอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟค Flim Noise, คุณภาพ Lens Flare ที่พบได้ตามกล้องวีดีโอ, มีการเซนเซอร์ศพโดยการ Mosiac จากการยิง Headshot (ให้อารมณ์ดูโหดเหี้ยมกว่าไม่มีการเซนเซอร์เยอะ) พร้อมระบบกล้องดังกล่าวทำให้ผู้เล่นราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริงเหมือนที่กล่าวไว้ครั้งแรก ทำให้ตลอดการเล่นให้ความรู้สึกเร้าใจและ Adrenaline พลุ่งพล่านอย่างขีดสุดจริง ๆ เหมือนกับทีมงานได้สัญญาไว้ เป็นประสบการณ์ที่ลืมได้ยาก

kane & lynch

แต่ผู้เล่นจะต้องจ่ายหนักเพื่อแลกกับประสบการณ์ ‘ด้วยร่างกาย’ – Kane & Lynch 2 เป็นเกมหนึ่งที่ผู้เล่นหลายคนบ่นกันหนาหูมากที่สุด เพราะระบบ Camera Shake เป็นตัวเหตุของอาการ Motion Sickness อย่างรุนแรงชนิดที่ Dylng Light และ Dead Island ยังต้องอาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเคสเดียวกับภาพยนตร์เรื่อง Cloverfield ที่ผู้ชมหลายคนมีอาการคลื่นไส้ระหว่างการดู แต่ในวีดีโอเกมคุณจะต้องเล่นเพ่งเล็งควบคุมด้วย ทำให้เป็นการทวีความรุนแรงของอาการ Motion Sickness ให้หนักยิ่งขึ้น

แต่โชคดีที่ระบบ Camera Shake สามารถปิดออฟชั่นในส่วนนี้ได้ แล้วหน้าจอภายในเกมจะไม่มีการสั่นอีกต่อไป และนั้นก็คือจุดผู้เขียนได้เห็นแก่นแท้ของของเกมนี้ให้เห็นจนหมดเปลือก

ไม่ว่าจะเป็นงานแอนิเมชั่นที่สุดแข็งทื่อ (เล่น co-op จะยิ่งเห็นได้ชัดเจน) ภาพกราฟิกค่อนข้างตกยุค และจุดขายของเกมที่จะให้ความรู้สึกเร้าใจทุกตลอดการเล่นหายสูญสิ้นทั้งหมด ทำให้ระบบ Camera Shake มีทั้งคนที่เกลียดซึ่งเป็นสาเหตุของ Motion Sickness อย่างรุนแรง และเป็นที่ชื่นชอบเพราะทำให้เกมนำเสนอความดิบเถื่อนรุนแรงขึ้นถึง 99%

kane & lynch

แต่สิ่งที่ไม่น่าให้อภัยที่สุด คือเนื้อเรื่องของเกมที่ตัดต่อได้แย่เกินคำบรรยาย ทุก Chapter แต่ละตอนของเกมนี้ไม่มีความรู้สึกเชื่อมต่อกัน เนื่องจากการตัดฉากข้ามซีนที่รวดเร็วเกินไป ทำให้อรรถรสรู้สึกขาดตอนและไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น แต่มันแย่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้มองถึงความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องที่ไม่เมคเซ้นและต้องตั้งคำถามมากมาย

ยกอย่างเช่น เหตุการณ์ในช่วงแรก Lynch ได้เดินทางต้อนรับ Kane เข้ากรุงเซี้ยงไฮ้ที่ซอยแห่งหนึ่ง (ทำไมไม่ใช่สนามบิน) แต่พูดคุยกันไม่นานก็เริ่มภารกิจไล่ล่าตัวโดยทันที แล้วหยิบปืนขึ้นมาเริ่มภารกิจ (ฮ่ะ! เดี๋ยวก่อนนะ จะซ่าตั้งแต่วันแรกเลยเนี่ยนะ) แล้ว Kane ก็ทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ข้างหลัง (ทำไมไม่ส่งโรงแรมก่อน) ซึ่งอะไรทำนองนี้จะเกิดขึ้นตลอดทั้งเกม ทำให้ส่วนของการตัดต่อเนื้อเรื่องเกม Kane & Lynch 2: Dog Days สอบตกศูนย์คะแนนอย่างไม่ต้องสงสัย

kane & lynch

ซึ่งผู้เขียนได้วิเคราะห์ออกมาว่าทำไมเกมนี้ถึงตัดต่อเนื้อเรื่องได้แย่มาก ซึ่งผมเชื่อว่าทางทีมงาน IO Interactive ทำขึ้นเพราะมีจุดประสงค์เพื่อรองรับ Camera Shake ที่จะให้ผู้เล่นรู้สึกราวผู้ร่วมเหตุการณ์ และมันก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

คุณเป็นเพียงแค่ ‘ส่วนหนึ่ง’ ที่ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับ Kane และ Lynch เลย เปรียบเสมือนเรารับบทเป็นเพียงแค่จอมเผือกคนหนึ่งที่คอยรังควานชีวิตเพื่อทำสารคดีชีวิตหรือโพสต์อัปโหลดลง Youtube เท่านั้น (สังเกตได้จากตอนจบ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากจบที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกมทั้งหมด ผมการันตี) ซึ่งพอคิดดูแล้วมันก็แปลกแหวกดี แต่ถ้าแลกกับการเล่าเนื้อเรื่องได้แย่ก็ต้องทำใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาเช่นกัน

ด้วยข้อดีและข้อเสียทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ผู้เขียนได้ฝืนเกม Kane & Lynch 2 จนจบเกมแม้ว่าจะต้องแลกด้วยสภาพร่างกายที่แย่ก็ตาม (เพราะตัวเกมคอยบิ้วต์สิ่งที่น่าสนใจตลอดการเล่นเพราะ Camera Shake) รวมไปถึงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เล่นเกมจนมีเกิดอาการคลื่นไส้จนถึงขั้นต้องลาการเรียนพักนอนอยู่บ้านเลยทีเดียว

kane & lynch

แนะนำ Kane & Lynch 2: Dog Days ไหม? ควรหลีกเลี่ยงหนีไปให้ไกลเลย เพราะมันไม่คุ้มค่ากับสุขภาพร่างกายที่เสียไป และระบบเกมบางอย่างไม่มีการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเกมเมอร์สายเนื้อเรื่องที่คุณจะต้องไม่มีทางปลื้มกับคุณภาพการตัดต่อเนื้อเรื่องที่แย่เกินคำบรรยาอย่างแน่นอน

แต่ถ้าเกมเมอร์อยากลิ้มลองเกมนี้ก็ไม่เสียหาย เพราะเป็นอีกเกมหนึ่งที่จะมอบประสบการณ์แก่ผู้เล่นในเรื่องการนำเสนอที่ไม่เหมือนใครและเกมเมอร์สายอาร์ทจะต้องชื่นชอบไม่น้อย แต่ก็ต้องเตือนก่อนว่าคุณจะต้องประสบเจอกับอาการ Motion Sickness อย่างรุนแรงไม่ช้าก็เร็วแน่นอนครับ