ข้อดีของผู้เล่นสาย Casual เกมเมอร์เล่นง่ายแต่หลากรสชาติ


บนโลกใบนี้ มีเกมเมอร์ทั้งหมดอยู่สามประเภท คือ Casaul Gamer สายชิลล์, Core Gamer สายกลาง และ Hardcore Gamer สายซีเรียส

ซึ่งสังคมเกมบางส่วนอาจจะเคยสบประมาทเกมเมอร์สาย Casual เพราะภาพพจน์ของ Casual Gamer คือ ไม่มีประสบการณ์ในการเล่นเกม, ไม่จริงจังเกมมิ่ง, หรือมีฝีมือการเล่นเกมที่แย่เกินทนจนไม่สามารถหาข้อดีได้ แต่รู้หาไม่ว่า Casual Gamer ก็มีข้อดีที่ฝ่าย Hardcore Gamer หรือ Core Gamer ไม่มีเช่นกัน แล้วข้อดีมีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครับ

ความหมายของ Casual Player

ก่อนที่จะมองหาข้อดีของเกมเมอร์ประเภท Casual Gamer เราจะต้องเข้าใจรสนิยมการเล่นเกมของผู้เล่นกลุ่มนั้นซะก่อน

คำว่า Casual Player ไม่มีการระบุคำอย่างเป็นทางการในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ แต่ถ้าอ้างอิงจากเว็บ Urban Dictionary คำว่า Casual Player เป็นคำที่กำเนิดขึ้นโดยเหล่าเกมเมอร์ เพื่อใช้เรียกบุคคลเล่นเกมทั่วไป ฝีมือทั่วไป เล่นเกมเพื่อฆ่าเวลา และไม่ค่อยติดตามข่าวสารวิดีโอเกมแบบแนบชิดเท่าไหร่นัก

แต่เกมในยุคปัจจุบัน เนื่องจากกระแสเกม Competitive เริ่มหลากหลายและเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้นิยามของคำว่า Casual Gamer เริ่มขยายวงกว้างกลายเป็นคำเชิงลบสำหรับเหล่า Hardcore Gamer โดยเริ่มเรียกว่า Casual Gamer เป็นผู้เล่นที่มีฝีมือการเล่นเกมไม่เอาถ่าน หรือผู้เล่นที่ไม่คิดจะเอาจริงเอาจังกับการเล่นเกม (อารมณ์เหมือนคำว่า ตลาดล่าง ซึ่งเป็นศัพท์การตลาด แต่ในปัจจุบัน โลกโซเชี่ยลเริ่มนำไปใช้กลายเป็นคำเหยียดไว้เรียกคอนเท้นท์คุณภาพต่ำ)

Chart

แล้วลักษณะการเล่นเกมของ Casual Gamer ที่แท้จริงเป็นอย่างไร อ้างอิงชาร์ทจาก Quanticfoundry – ได้เปิดเผยรสนิยมการเล่นเกมเป็นภาพรวมระหว่าง Casual Gamer, Core Gamer, Hardcore Gamer จะสังเกตได้เห็นชัดว่าฝั่ง Hardcore Gamer จะมีแรงบันดาลใจเล่นเกมที่มีการแข่งขัน, ความตื่นเต้น, และความท้าทายสูง แต่ตรงกันข้ามเกมเมอร์ฝ่าย Casual Gamer จะมุ่งเน้นชื่นชอบเกมที่มีลักษณะเล่นง่าย, เน้นเนื้อหาแฟนตาซี, เนื้อเรื่อง และโลกในเกมที่น่าค้นหา ในขณะที่ Core Gamer จะสมดุลทุกอย่าง

ที่นี่เราเริ่มเข้าใจแล้วว่า Casual Gamer มีลักษณะการเล่นเกมแบบไหน ถ้าหากคุณกำลังมองหาข้อดีของเกมเมอร์สาย Casual เราได้ยกตัวอย่างเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้

พวกเขาเล่นสนุกได้ทุกแนว

Gamer

ขอเป็นเกมสนุก ๆ หนึ่งเกมที่สามารถทำให้พวกเขารู้สึกสนุกสนานก็เท่ากับเป็นเกมดีสำหรับ Casual Gamer ในขณะที่เกมเมอร์สาย Hardcore จะวัดความสนุกของเกมจากความท้าทาย, ความลุ่มลึก, ระบบ Competitive ที่สมเหตุสมผล แต่เกมเมอร์สาย Casual จะรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ววัดกันที่ “ความสนุก” เป็นหลักอย่างเดียว

ทำให้ Casual Gamer สามารถเล่นเกมได้หลากแนวโดยไม่จำกัดประเภท ไม่ว่าจะเป็นเกมแอคชั่น, ปริศนา, อินดี้, เกมยิงมุมมองบุคคลหนึ่ง, แข่งรถ ถ้าหากตัวเกมมีกฎที่เรียบง่ายมากพอ เกมเมอร์สาย Casual ก็พร้อมที่จะเปิดใจทุกเกมอยู่เสมอ

พวกเขาไม่ซีเรียสกับการเล่นเกมมากเกินไป

Gamer

ผู้เล่นเกมสาย Casual จะมีมุมมองว่าวิดีโอเกมเป็นสื่อบรรเทิงชนิดหนึ่งแต่ผู้เล่นสามารถ Interactive ได้ ฉะนั้นเกมเมอร์สาย Casual จะเน้นระบบเกมการเล่นที่เข้าใจง่าย, ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน, หรือพยายามหลีกเลี่ยงเกมที่มีเส้นโค้งของการเรียนรู้ (Learning Curve) ที่สูงเกินไป

รวมไปถึงวิถีชาวเกมเมอร์ที่ต้องเอาชนะเกมในโหมด Multiplayer แทบจะไม่มีอยู่ในหนังสือพจนานุกรมของเหล่า Casual Gamer เพราะจุดประสงค์หลักของการเล่นเกมของพวกเขาคือ “ความสนุก” เป็นหลักอยู่ดี สิ่งที่พวกเขาทำมีเพียงแค่ เข้ามาในเกม > เล่นเกมจนจบแมชท์ > แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ผลลัพธ์ออกมาจะแพ้ก็ได้ ชนะก็ดี ขอให้เป็นเกมสนุกและดีก็พอใจแล้ว

พวกเขามองโลกในแง่ดี

Gamer

เหตุผลที่กล่าวมาทั้งสองข้อ ทำให้ลักษณะนิสัยของเกมเมอร์สาย Casual ส่วนใหญ่จะมีความใจเย็นสูง, ปฏิความสัมพันธ์ดี, ไม่หัวร้อนกับใครง่าย ๆ เพราะพวกเขาไม่ค่อยถกเถียงกับผู้เล่นคนอื่น หรือไม่ค่อยยุ่งกับโหมด Competitive ซึ่งเป็นการเล่นเกมในรูปแบบการแข่งขันขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

แม้ว่าเกมเมอร์สาย Hardcore อาจจะไม่ทางเข้าใจวิธีการเล่นเกมของ Casual บางคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของเกมเมอร์สาย Casual เป็นมิตรสำหรับทุกคนจริง ๆ

พวกเขามีเวลาว่างให้ทุกอย่างในชีวิต

Casual

ไม่ปฏิเสธได้ว่าเกมเมอร์หลายคนต้องเคยเจอประสบปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับแฟนที่ไม่เข้าใจในวิดีโอเกม หรือผู้เล่นไม่สามารถแบ่งหน้าที่การงานกับเวลาเล่นเกมอย่างชัดเจน จนเป็นเหตุให้เกมเมอร์นอนหลับโต้รุ่งแล้วตื่นเช้าไปทำงานไม่ไหว

ปัญหาเหล่านี้แทบจะไม่เกิดขึ้นสำหรับเกมเมอร์สาย Casual เพราะพวกเขาสามารถแชร์เวลาให้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่นอกเหนือจากวิดีโอเกม ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน ให้เวลากับครอบครัว ถ้าหากมีธุระเร่งด่วนหรือกรณีพ่อแม่เรียกให้กินไปข้าว พวกเขาสามารถปิดเกมได้ทันทีโดยไม่ต้องลังเล เพราะ หน้าที่กับสิ่งรอบตัวต้องมาก่อน วิดีโอเกมคือเรื่องรอง

พวกเขาชอบประหยัด

Saving

ในชีวิตโลกจริง เกมเมอร์สาย Casual จะไม่ค่อยมีเวลาว่างหรือไม่ใช้เวลากับการเล่นเกมตลอดทั้งวัน ทำให้สถานะการเงินของเกมเมอร์สาย Casual จะค่อนข้างคงที่และไม่ค่อยใช้จ่ายไปกับการซื้อวิดีโอเกมซะเท่าไหร่นัก (ยกเว้นเป็นคนชอบสะสมเกม)

แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่เกมเมอร์หลายคนต้องอิจฉา เนื่องจาก Casual Gamer รู้วิธีการใช้จ่ายเงินแบบพอดีพองาม และพวกเขาซื้อเกมมาเล่นแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะสามารถโฟกัสกับการเล่นเกมจนจบเป็นรายเกม หรืออธิบายแบบง่าย ๆ ฉบับเกมเมอร์ คือ พวกเขาไม่จำเป็นต้องรับประทานมาม่าช่วงท้ายเดือนเพราะหมดไปกับการซื้อเกม แล้วนำมาดองอยู่ในห้องสมุด และอย่างน้อยพวกเขาได้ใช้จ่ายเงินกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ครับ