สมรภูมิที่ไร้ฮีโร่ สำรวจความรุนแรงผ่านเกมสงคราม

ล้วงลึกไปกับแนวเกมที่ถูกโจษจันว่ารุนแรง

ล้วงลึกไปกับแนวเกมที่ถูกโจษจันว่ารุนแรง

ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในยุโรป จนถึงเหตุการณ์กราดยิงในประเทศสหรัฐอเมริกาอันนับไม่ถ้วน นำไปสู่บ่อเกิดแห่งการถกเถียงถึงจำเลยที่เป็นต้นต่อเหตุการณ์เหล่านี้ แน่นอนว่าวีดีโอเกมถูกพาดพิงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก่อนจะเข้าไปสู่ประเด็นที่เถียงกันไม่จบอย่าง “เกมเป็นสาเหตุของความรุนแรงในปัจเจคบุคคลหรือไม่?” ในทางกลับกัน เราลองใช้วีดีโอเกมสำรวจความรุนแรงกันดูบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน

หากจะพูดถึงเกมที่แสดงออกความรุนแรงได้เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 1 หรือบุคคลที่ 3 ที่เราเห็นได้ชัดอย่าง Battlefield หรือ Call of Duty รวมไปถึงเกม competitive ที่ชวนหัวร้อนต่างๆ นาๆ แต่หากเรามาดูกันดีๆ จะพบว่าเกมเหล่านี้ล้วนมีองค์ประกอบในการส้ราง “ฮีโร่” ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่นของเกมยิงที่ผิดแผกไปจากชีวิตจริง

Team Fortress 2 เป็นอีกหนึ่งเกมที่เจือความรุนแรงในการเข่นฆ่าไว้ในกราฟฟิคสดใสสไตล์การ์ตูนของ Pixar Animation

Andrew Barron ผู้บริหาร Bohemia Interactive Simulations ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตซอฟท์แวร์จำลองการรบ ได้ออกมาให้ความเห็นว่า วีดีโอเกมทั่วไปนั้น มีความรุนแรงกว่าสงครามจริงๆ กว่า 90 เท่าเลยทีเดียว

สาเหตุที่เขาคิดเช่นนี้ ก็เพราะว่า Barron อ้างอิงจากกลยุทธ์ของกองทัพในชีวิตจริง นั่นก็คือ หากกลุ่มทหารจะจู่โจมศัตรูที่ตั้งรับ จะต้องใช้กำลังพลที่มากกว่าจำนวนศัตรูถึง 3 เท่า นั่นหมายความว่า หากกลุ่มตั้งรับมีจำนวน 30 คน กองทัพที่จะจู่โจมจะต้องมีมากถึง 90 คนเลยทีเดียว ในขณะที่วีดีโอเกมทั่วไปนั้นใช้คนเพียงหยิบมือ หรืออาจเป็นเพียงคนเดียว แต่จะฟังดูเป็นฮีโร่ แต่นี่เปรียบได้กับเครื่องจักรสังหารได้กลายๆ อยู่เหมือนกัน

Lone Survivor คือบันทึกของหนึ่งในทหารหน่วยซีลคนเดียวที่รอดตายจากการสังหารหมู่ของผู้ก่อการร้าย เรื่องราวของ Marcus Luttrell นำเสนอ Dilemma ในการไว้ชีวิตคนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และนั่นนำมาซึ่งความสูญเสีย ความบอบช้ำที่ไม่อาจหวนคืน

ไม่ใช่แค่เกมเพียงเท่านั้นที่อุ้มชูความเป็นเครื่องจักรสังหาร เราได้เห็นสิ่งเหล่านี้มาแล้วทั้งในภาพยนตร์เรื่องต่างๆ แต่สิ่งเหล่านี้มักถูกบดบังด้วยคอนเซปท์ของการเป็นฮีโร่ เพราะการเป็นฮีโร่ย่อมหมายถึงคุณธรรมและฝ่ายดี ตัวบทจึงเอื้อให้เราละเลยที่จะตั้งคำถามต่อการกระทำของตัวละครได้อย่างง่ายดาย ยังไม่นับถึงฮีโร่ที่มีพลังวิเศษ หรือซุปเปอร์ฮีโร่ที่บ่อยครั้งมักสร้างประเด็นที่ต่อยอดไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ดั่งที่เห็นมาแล้วในอีเว้นท์ใหญ่ของ Marvel อย่าง Civil War หรือผลงานดังของ DC อย่าง Watchmen ที่ส่องสำรวจให้เราเห็นว่าแท้จริงแล้วความเป็นมนุษย์ของซุเปอร์ฮีโร่ก็ไม่ได้หายไปไหน

ภายใต้หน้ากากของเหล่าฮีโร่ คือความเป็นมนุษย์ที่มีวิถีชีวิตอย่างปุถุชนทั่วไป มีกิเลสตันหาและรสนิยมที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล

สิ่งที่ Barron ต้องการจะสื่อ ไม่ใช่เพื่อที่จะกล่าวโทษให้วีดีโอเกมเป็นจำเลยของความรุนแรงแต่อย่างใด แต่เขาต้องการชี้ให้ชัดว่า ชีวิตจริงแตกต่างจากเกมเช่นไร อย่างที่เขาชื่นชมในเกมจำลองทหารอย่าง Arma ที่มีความใกล้เคียงกับปฏิบัติทางทหารเป็นอย่างมาก ผู้เล่นสามารถตายได้ง่ายๆ จากกระสุนเพียงไม่กี่นัด แถมในการเล่นยังต้องปฏิบัติตามแผนการอย่างระมัดระวัง กล่าวคือ สิ่งที่ Barron ต้องการจะสื่อ คือมุมมองอีกด้านที่ไม่ได้เห็นจากเกมยิงทั่วไป นั่นคือการชี้ให้เห็นว่าสงครามไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการลั่นไก เทียบง่ายๆ ก็คือการสำรวจความสัมพันธ์ของคนทั่วให้มีมากกว่าเพียงเรื่องเซ็กส์ เพราะหากมีแค่เซ็กส์ หนังเรื่องนั้นก็จะเป็นเพียงหนังโป๊ (pornography) นั่นเอง

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันเริ่มมีหลายเกมที่หันมาสนใจมุมมองด้านการรบที่แตกต่างมากยิ่งขึ้น หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ Bomber Crew เกมอินดี้ขนาดเล็กที่ออกมาเมื่อปลายปีก่อน

เมื่อพูดถึงเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bomber) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คนเจน Y หลายคนอาจติดภาพจำในเกมอย่าง Call of Duty ซึ่งมีฉากที่ผู้เล่นได้รับบทพลปืนจำเป็น หลังจากที่คนก่อนหน้าถูกปลิดชีพด้วยกระสุนจากเครื่องบินฝ่ายตรงข้าม แน่นอนว่าการนำเสนอเกมนี้จะมุ่งเน้นการกระทำแบบวีรบุรุษ (Heroic Act) ที่ทำให้ตัวเอกสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ในเกมได้อย่างหวุดหวิด

ผิดกับซีรีย์ Modern Warfare ที่ชูความเป็นฮีโร่ Black Ops เลือกที่จะนำเสนออีกด้านของสมรภูมิ การค้นหาตัวเอง และทฤษฎีสมคบคิดของสงครามเย็น

แน่นอนว่าในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แต่ในฐานะของเกมระดับ Mainstream คงเป็นไปได้ยากที่จะทำเกมให้ “ติดตลาด” และ “สมจริง” ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น การก้าวเข้ามามีบทบาทของเกมนอกกระแส (indie) จึงช่วยเติมเต็มมุมที่ขาดไปได้เป็นอย่างดี

เกม Bomber Crew จัดเป็นเกมประเภท point and click ให้ผู้เล่นได้สลับบทบาทของพลเครื่องบิน และให้คำสั่งที่แตกต่างกัน โดยจะจำลองสมรภูมิบนน่านฟ้าเหนือประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ พร้อมภาระกิจหลากหลาย ทั้งทิ้งระเบิดที่ฐานเครื่องบิน ขับไล่เครื่องบินศัตรู และทำทุกวิถีทางเพื่อให้พลขับปลอดภัย และหากมีใครถูกฆ่า หรือเครื่องบินตกแล้วล่ะก็ ทหารเหล่านั้นก็จะตายจากไป และผู้เล่นจะต้องเริ่มใหม่อีกครั้งกับทหารยศต่ำ หลายครั้งที่ผู้เล่นต้องเลือกระหว่างละทิ้งภารกิจเพื่อรักษาชีวิตของพลเครื่องบินไว้  

เพราะทุกชีวิตมีความสำคัญใน Bomber Crew ความสูญเสียจึงเป็นสิ่งที่ไม่มีใครใคร่ให้เกิดขึ้น

แม้ตัวเกมจะมีกราฟฟิคที่เป็นการ์ตูนอยู่สักหน่อย แต่ระดับความจริงจังก็ถือได้ว่าไม่น้อยหน้าเกมฟอร์มยักษ์เลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเกมได้ทำให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคลากร พลทหาร ผ่านผลกระทบเมื่อเกิดความสูญเสีย เพราะผลกระทบนี้ส่งผลกับผู้เล่นโดยตรง

เกมสงครามจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวเกมหลากหลายประเภทที่เต็มไปด้วยความรุนแรง แต่ก็สามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดี เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงความรุนแรงที่มีอยู่ในเกมเหล่านี้ ไม่ว่าเกมจะนำเสนอให้เราเป็นวีรุบุรุษสุดยิ่งใหญ่ หรืออาชญากรสุดโฉด แต่ตราบใดที่เรายังมองตัวละครด้วยมุมอย่าง “มนุษย์” ย่อมไม่มีความสมบูรณ์แบบ และนั่นคือสาเหตุที่เราต้องทำความเข้าใจกับทั้งผู้เล่นและวีดีโอเกมอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเหมารวม หรือด่วนสรุป เพราะนั่นคือเหตุที่นำไปสู่การกล่าวโทษกันไปกันมาอย่างไม่มีวันจบสิ้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เป้ง - Content Writer

บทความที่เกี่ยวข้อง