Playstation Vita เครื่องเกมดีที่โซนี่ไม่เหลียวแล

ย้อนรอยเครื่องเกมมือถือผู้มาก่อนกาล 
ps vita

ย้อนรอยเครื่องเกมมือถือ Sony ผู้มาก่อนกาล 

Playstation Vita เครื่องเล่นเกมรุ่นล่าสุดจากโซนี่ เปิดตัวในปี 2011 จวบจนถึงปัจจุบันผ่านมาแล้ว 7 ปี วีต้าขายไปได้แล้วราว 10-15 ล้านเครื่อง ซึ่งมียอดขายพอกันกับเครื่องเกมพกพาจากนินเท็นโดอย่าง Nintendo Switch ที่เปิดตัวมาราวปีกว่า ๆ ก็ขายไปได้แล้วกว่า 15 ล้านเครื่อง เทียบกันแบบง่าย ๆ ตามจำนวนปีที่วางขายคือสวิตซ์ขายได้ดีกว่าวีต้าถึง 7 เท่า เป็นที่น่าสงสัยเพราะเหตุใดเครื่องวีต้าถึงไม่ประสบความสำเร็จ

ช่วงที่ PS Vita เปิดตัว ชาวเกมหลาย ๆ คนให้ความสนใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เขียนนับเป็นหนึ่งในคนกลุ่มนั้น ด้วยสเปคที่นับว่าแรงในระดับนึง กราฟฟิกใกล้เคียง PS3 แถมยังมีลูกเล่นน่าสนใจอย่างระบบสัมผัสหน้าจอและหลังจอ แต่สุดท้ายโซนี่ก็ทอดทิ้งเครื่องเล่นเกมพกพารุ่นนี้ไปโดยอ้างว่า “การมาของเกมสมาร์ทโฟนทำให้ยุคสมัยของเครื่องเกมพกพาตายลงแล้ว” แต่ผู้เขียนกลับมีทรรศนะที่แตกต่างไปจากโซนี่ ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่มันตายไม่ใช่เกมพกพา แต่มันมีเหตุผลอื่น

สิ่งหนึ่งที่ชาวเกม PC มักยกประเด็นขึ้นมาตัดพ้อเหล่านักพัฒนาเกมหลาย ๆ แห่งว่าพวกเขามองชาว PC ว่าเป็นเพียง “ลูกเมียน้อย” เนื่องจากมักทำเกมลงให้กับเครื่องคอนโซลก่อนแล้วค่อยพอร์ตมาลง PC และมักพอร์ตมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่จนชาวพีซีน้อยอกน้อยใจกันมาหลายครั้ง คล้ายว่าตนเป็นแค่ลูกเมียน้อยจึงไม่ค่อยรัก ทั้งที่เป็นลูกค้าเหมือนกัน จุดนี้เป็นจุดแข็งของคอนโซลมาโดยตลอดว่าเกมจะมีคุณภาพและเป็นเบอร์หนึ่ง แต่โซนี่ที่รู้จุดแข็งนี้ดี กลับทำให้เครื่องพกพาของตนกลายเป็นแค่ “ลูกที่ถูกทิ้ง” ที่แย่ยิ่งกว่าลูกเมียน้อย เพราะโซนี่ไม่ใส่ใจ PS Vita เท่าที่ควร ไร้จุดยืน ไม่มีความเชื่อมั่นในสินค้าของตนเอง

แม้เครื่องเกม Vita จะมีสเปคและลูกเล่นน่าสนใจ แต่โซนี่กลับไม่ใส่ใจจะป้อนเกมดี ๆ มาลงให้กับ Vita เลย เกมส่วนใหญ่ที่ลงก็เป็นเพียงเกมที่พอร์ตมาจาก PS4 นอกจากนั้นก็มีแต่เกมอินดี้เล็ก ๆ น้อย ๆ คล้ายกับว่าโซนี่เอาแต่ทุ่มเทให้กับ PS4 จนลืม Vita ไปแล้ว ปล่อยให้มันเป็นเพียง “ลูกที่ถูกทิ้ง” เท่านั้น อีกทั้งโซนี่ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเครื่องวีต้ามันผลิตออกมาเพื่อใคร จะเน้นไปทางเดียวกับเกมมือถือที่เน้นเล่นง่ายแบบ Casual หรือจะเน้นเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์สไตล์คอนโซลกันแน่ อีกทั้งยังไม่มีความเชื่อมั่นในสินค้าตัวเองโดยการประกาศหยุดพัฒนาเกมให้กับเครื่องวีต้าถาวร แม้จะทิ้งท้ายว่าแค่โซนี่เลิกทำ แต่ค่ายอื่นยังทำเกมป้อนให้อยู่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเพราะผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในสินค้าไปแล้วในเมื่อเจ้าของเขายังไม่เชื่อในตัวสินค้าแล้วลูกค้าที่ไหนจะมาซื้อ

โซนี่เอาแต่อ้างว่าเพราะเกมมือถือทำให้ตลาดเกมพกพาตายลงไปแล้ว แต่ Nintendo Switch ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่จริง เพราะแท้จริงแล้วเสน่ห์ของเครื่องเกมพกพากับเกมมือถือมันยังมีความแตกต่างอยู่ และหลายสิ่งมือถือยังไม่สามารถมาทดแทนได้ โดยเฉพาะเสน่ห์ของการกดปุ่มที่มันให้ความรู้สึกดีกว่าการสัมผัสหน้าจอแบน ๆ ของสมาร์ทโฟนเป็นไหน ๆ รวมถึงประสิทธิภาพของเครื่องเกมพกพานั้นถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะมันจึงทำงานได้ดีกว่ามือถือ เราไม่ได้ซื้อมือถือมาเพื่อเล่นเกมเป็นหลัก และคนส่วนใหญ่เล่นเกมมือถือก็แค่ฆ่าเวลาก็เท่านั้น หากต้องการเล่นจริงจังก็มักเลือกคอนโซล พีซี ไม่ก็เกมพกพามากกว่า

สุดท้ายผู้เขียนเชื่อว่าเกมมือถือมันไม่ได้ฆ่าวีต้าหรอก คนที่ฆ่าวีต้าแท้จริงแล้วก็คือผู้ให้กำเนิดมันอย่างโซนี่มากกว่า ที่ไม่มีความสามารถมากพอจะขับเคลื่อนวีต้าไปในทิศทางที่ดีได้ จนสุดท้ายก็ทอดทิ้งมันไปอย่างไม่ไยดี แถมรำไม่ดีโทษปี่โทษกลองอีก หากมอบความรักให้มันสักหน่อย ผู้เขียนเชื่อว่ามันคงขายดีขึ้น ไม่ต้องทำอะไรให้มากความ แค่รักมันเท่า ๆ กับลูกรักอย่าง Playstation4 อะไร ๆ มันก็อาจจะดีกว่านี้

กาย - Guest Writer เจ้าของแฟนเพจ Charcoal และ GAMERGUY

บทความที่เกี่ยวข้อง