Mafia III

Mafia III ฆ่าล้างโคตร โลกอาชญากรรม : เกมดีที่หลายคนมองข้าม

สงครามระหว่างแกงค์ โลกอาชญากรรม เรื่องราวการตามล่าของคนคลั่งและความขัดแย้ง...ที่ถูกกลบฝังด้วยเสียงวิจารณ์แง่ลบ

สงครามระหว่างแกงค์ โลกอาชญากรรม เรื่องราวการตามล่าของคนคลั่งและความขัดแย้ง…ที่ถูกกลบฝังด้วยเสียงวิจารณ์แง่ลบ

“ในปี 1968 หลังช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของสงครามเวียตนาม

ลินคอร์น เคลย์ได้เรียนรู้ความจริงที่ว่า ครอบครัวไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด แต่คือผู้ที่เรายอมตายแทน…”

คำโปรยของเกม Mafia III ที่ดูไม่ได้หยิบยื่นความน่าสนใจอะไรให้กับผู้เล่นมากไปกว่าการเป็นแค่อีกหนึ่งเกมที่มาพร้อมกับเรื่องราวการล่าล้างแค้น มิตรภาพ ความรุนแรง และสูตรสำเร็จตายตัว

ตัวเกมออกวางจำหน่ายเมื่อ 1 ปีก่อน (6 ตุลาคม 2016) โดยเป็นเกมภาคต่อของตระกูลเกมดังระดับตำนานที่ได้คะแนน Metacritic เพียงแค่ 62/100 น้อยกว่าภาคก่อนหน้าถึง 15 คะแนน มิหนำซ้ำยังได้ User Score เพียงแค่ 3.4/10 และมีคนชื่นชมบน Steam เพียงแค่ 46% เรียกว่าเป็นเกมระดับกลางที่ดูไม่น่าสนใจ แต่ทำไมเราถึงแนะนำให้คุณลองเปิดใจเล่นมันอีกรอบ เนื้อหาทั้งหมดอยู่ด้านล่างนี้แล้ว

เนื้อเรื่องล้างแค้นตามแบบฉบับสูตรสำเร็จที่ฆ่าไม่ตาย

เรื่องราวภายในเกมจะเป็นคำบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Lincoln Clay จากจุดเริ่มต้นของอดีตนาวิกโยธินที่เพิ่งเอาชีวิตรอดกลับจากสงครามเวียตนามสู่เส้นทางของการเป็นอาชญากรตัวเป้ง

Mafia III

ปูมหลังของ Lincoln Clay นั้นเริ่มต้นมาจากชีวิตที่ไม่เหลือใคร เขาเติบโตมาในศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนจะถูก Sammy Robinson นำมาชุบเลี้ยงให้ชีวิตใหม่จนเติบใหญ่  ในวัยเพียง 19 ปีเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับกองทัพเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังในการต่อสู้สงครามเวียตนาม  ในระหว่างการรับใช้ชาติ เขาได้พัฒนาทักษะและฝีมือการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างชำนาญ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการลอบเร้น บุกโจมตี รวมไปถึงการทำสงครามจิตวิทยาชั้นเลิศ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในทหารตัวฉกาจ และที่นั่นทำให้เขาซี้ปึ้กอย่างเหนียวแน่นกับ John Donovan เจ้าหน้าที่ซีไอเอหัวขบถที่พร้อมแหกทุกกฏเพื่อเป้าหมายของเขาเอง

หลังจากกลับมาสู่มาตุภูมิในช่วงหลังสงคราม การฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย การเติบโตทางเศรษฐกิจและช่องว่างในการทำมาหากินของเหล่าอาชญากรในเมืองต่างๆ นั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว   นี่เป็นช่วงเวลาของปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้ที่เข้มแข็งเท่านั้นจึงจะอยู่รอด  Lincoln Clay กลับมาและได้รู้ความจริงที่ว่า Sammy Robinson ผู้เปรียบเสมือนพ่อของเขานั้นกำลังเป็นหนี้ Sal Marcano มาเฟียรายใหญ่ตัวฉกาจจากการสูญเสียรายได้ในธุรกิจหวยเถื่อน

Lincoln Clay ได้รับข้อเสนอจาก Sal Marcano ในการก้าวขึ้นสู่ผู้นำคนใหม่ซึ่งเป็นการหักหลัง Sammy Robinson  แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้ จึงร่วมมือกันกับครอบครัวในการลงมือปล้นธนาคารกลางสหรัฐฯ  เพียงหวังว่าเงินที่ได้มาจากสามารถล้างหนี้ทั้งหมดและซื้ออิสรภาพครั้งใหม่ให้กับเขาและพรรคพวกได้ แต่แน่นอนว่าเรื่องไม่จบลงแค่นี้  Sal Marcano และลูกชายตัดสินใจหักหลัง Lincoln Clay และ Sammy Robinson ด้วยการจ่อยิงฆ่าล้างกลุ่มในคืนเดียวกันนั้นเอง

ปาฏิหารย์มีอยู่จริง Lincoln Clay ได้รับการช่วยเหลือจาก Father James บาทหลวงที่ได้รับการสนับสนุนจาก Sammy Robinson มาโดยตลอด เขาช่วย Lincoln Clay พร้อมกับหวังว่าให้เรื่องทุกอย่างสงบลง แต่ไฟแค้นในใจของผู้ถูกกระทำคงไม่ได้ดับลงง่ายๆ และนั่นนำไปสู่เรื่องราวการล้างแค้นหัวจรดหางล้างบางทุกชนชั้นให้ราบเรียบ

การเล่าเรื่องผ่านบุคคลที่สาม

สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Mafia III กับภาคก่อนหน้าคือตอนจบของเรื่องที่ไม่ต้องลุ้นกันเลยว่าตอนจบของเกมจะเป็นเช่นไร การล้างแค้นจะสำเร็จหรือไม่ ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว  ดังนั้นทางทีมพัฒนาจึงได้เพิ่มลูกเล่นของการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลที่สามเข้ามาในลักษณะของภาพยนตร์สารคดี

Mafia III

ผู้เล่นจะได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงของ Lincoln Clay ผ่านการให้คำบอกเล่าของ Father James ที่อยู่เคียงข้างอย่างห่างๆ และเจ้าหน้าที่เอฟบีไออย่าง Jonathan Maguire ที่คอยตามล่าตัวละครหลักของเรา    น้ำเสียงและเรื่องราวของทั้งสองคนจะเป็นส่วนประกอบที่ทำให้ผู้เล่นเข้าใจเรื่องราวต่างๆ จากทั้งสองด้านได้ดีมากยิ่งขึ้น  ความเป็นมนุษย์และเบื้องลึกของจิตใจผ่านปากของบาทหลวง เรื่องราวเลวทรามชาติชั่วและวีรกรรมอันโหดร้ายจากผู้รักษากฏหมาย   สองสิ่งนี้ทำให้เราเข้าถึงพัฒนาการของตัวละครในส่วนที่เราไม่ได้สัมผัสโดยตรงผ่านการเล่น

ความรู้สึกตอนเล่นจริงที่ขาด ๆ เกิน ๆ

แม้ว่าตัวเกมจะมีปูมหลังและเรื่องราวที่น่าเร้าใจสักเพียงใด แต่หากขาดความสนุกที่ต่อเนื่องของเกมแล้วนั้นก็ทำให้เสน่ห์ทุกอย่างที่พึงมีต้องพังทลาย ตัวเกม Mafia III มาพร้อมกับภาพกราฟิกที่สวยงามพอใช้ได้  การแสดงออกทางสีหน้าที่ดีพอจนหลายคนยังต้องเอ่ยปากชม โลกของเกมที่ดูจะถอดกลิ่นอายของภาพยนตร์มาเฟียหลายเรื่องยำรวมกันอย่างสมเหตุสมผล

แต่ทว่าเกมการเล่นที่ขาด ๆ เกิน ๆ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เกมนี้สอบตกสำหรับหลายคน  คัทซีนอันเข้มข้น การตามล่าที่น่าสนใจ ทุกอย่างทุกถ่างออกจากกันด้วยการเดินทางที่กินเวลานานและระยะทางไกล แม้ว่าคุณจะใช้งานรถยนต์ที่ไวที่สุดในเกมแต่การต้องไปทำภารกิจที่ไกลออกไปอีกสามเกาะ ผ่านตัวเมืองที่ดูจืดชืดก็ทำให้อารมณ์ความสนุกถูกจางหายไป  ยังดีที่ผู้พัฒนาได้ใส่ฟีเจอร์สำคัญอย่างการหลีกทางของรถคันอื่นภายในฉากเข้ามา ทำให้ย่นระยะเวลาและความน่ารำคาญไปได้มาก แต่ก็การเดินทางในเกมก็ยังเป็นเรื่องน่ารำคาญอยู่ดี

Mafia III

อย่างที่ได้เล่าไปในข้างต้นว่าตัวเอกของเรานั้นมีความเชี่ยวชาญในด้านการลอบเร้นและบุกโจมตี แต่การลอบเร้นภายในเกมก็ไม่ได้นำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้เล่นเท่าไหร่นัก   การดักฟังเพื่อสอดแนมเป้าหมายดูไร้ค่าเมื่อแผนที่ไม่ได้สร้างมาอย่างสร้างสรรค์ (ยกเว้นฉากที่ต้องเจอเหล่าอาชญากรตัวเป้งทั้งหลายที่เหมือนทีมงานเทความตั้งใจลงไปอย่างหมดก๊อก)  จุดซุ่มยิงที่สร้างมาเหมือนมีไว้แก้เขินแต่ไม่ได้เอื้อให้ผู้เล่นทำการซุ่มยิงแต่อย่างใด   การแอบย่องไปกระซอกคอหรือซ่อนศพอาจดูมีความน่าสนใจในชั่วโมงแรกของเกม แต่สุดท้ายผู้เล่นก็จะทนไม่ไหวและต้องหยิบไรเฟิลขึ้นมาถล่มยับฉบับผู้ชนะสิบทิศ

ช่วงต้นเกม คุณจะได้สัมผัสกับความโหดระดับซาตานเข้าร่างพญามารเข้าสิงของ Lincoln Clay  การประกาศสงครามจิตวิทยาด้วยการเอาศัตรูไปแขวนคอกับชิงช้าสวรรค์ดูเป็นฉากที่น่าสะพรึงและเป็นการเกริ่นนำก่อนสงครามครั้งใหญ่เริ่มต้นได้เป็นอย่างดี แต่ก็เท่านั้น ฉากที่น่าประทับใจเหล่านั้นถูกถาโถมไปด้วยการยืนดวลเดือดกับเหล่าชายฉกรรจ์ภายในเกมเป็นส่วนใหญ่ การเดินหน้ายิงอย่างตรงไหนตรงมาคือเนื้อหาหลักของการล้างแค้น

การช่วงชิงอำนาจและริดรอนอาณานุภาพของ Sal Marcano ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการจัดการกับผู้ช่วยด้านการเงิน ผู้ช่วยด้านผู้รักษากฏหมาย และผู้ช่วยด้านกองกำลังอันเป็นรากฐานของมาเฟีย   ซึ่งไม่ว่าคุณจะจัดการฝ่ายไหนก่อนก็ได้ผลที่ไม่แตกต่างกัน   สิ่งที่คุณต้องทำมีแค่การไล่ตบลูกน้องตัวเล็กตัวน้อยเพื่อทำลายกองกำลังฝั่งตรงข้ามพร้อมสร้างมิตรภาพกับผู้มีอำนาจกลุ่มใหม่   ฆ่ามือซ้ายทำลายมือขวาก่อนตัดหัวโจกเป็นวงจรมรณะที่ทำให้เกมนี้ไม่ได้มีรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจเท่าไหร่นัก

ด่ายับซะขนาดนั้น ข้อดีอยู่ไหนล่ะ ?

ข้อดีของเกมนี้สำหรับผมแบ่งออกได้เป็นสามอย่าง

อย่างแรกเลยก็คือความรู้สึกและ Mood ของเกมที่ได้รับ  สิ่งที่ผมคาดหวังจากเกมหลายเกมคือความรู้สึกที่จริงจัง ตรึงเครียด มีกลิ่นอายของการไล่ล่าตลอดเวลาซึ่งในปัจจุบันเกมแนว Openworld ที่ให้ความรู้สึกนี้ได้นั้นกลับหาได้ยากยิ่ง  เมื่อหันไปมองเกมระดับท็อปอย่าง Grand Theft Auto ก็ Tone down ลดความจริงจังให้น้อยลงเพื่อความตลกขบขันให้มากขึ้น ไม่ต้องนับไปถึงเกมอย่าง Just Cause หรือ Saints Row ที่กู่ไม่กลับไปแล้ว

Mafia III

Mafia III ให้ความรู้สึกราวกับการดูภาพยนตร์อย่าง American Gangster ที่มีบรรยากาศอันหนักแน่นแทรกไปกับตลกร้ายของตัวละครที่โผล่มาเป็นระยะ บทสนทนาระหว่าง Lincoln Clay กับ John Donovan ดูเป็นสิ่งที่มีชีวิตชีวาและจังหวะเบรคของตัวเกมที่ให้ผู้เล่นได้พักจากความตึงเครียด (โดยส่วนตัวกลับรู้สึกว่าตัวละคร John Donovan ต่างหากที่น่าสนใจที่สุดของเกมด้วยซ้ำ) ดังนั้นหากคุณกำลังมองหาเกมมาเฟียในช่วงระยะเวลาขาดแคลน ในยุคสมัยที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยเกมแนว Survival สยองขวัญ เกมนี้ก็คงตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ข้อดีข้อสองที่เห็นได้ชัดเลยก็คือคุณภาพของเพลงที่คัดสรรมาในเกมนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงดังในอดีตที่ต่อให้เป็นเด็กยุคใหม่ก็น่าจะยังพอเคยได้ยินในวัยเด็กกันอยู่บ้าง ใครที่พ่อแม่คลั่งเพลงตะวันตกในอดีต ลองเรียกมานั่งฟังในเกมนี้ดู เชื่อว่าต้องรู้จักกันหลายเพลงอย่างแน่นอน

ข้อดีข้อสุดท้ายคือฉากจบที่มีให้เลือกหลายแบบ มีไม่บ่อยนักที่เกมแอ็คชั่นจะให้ฉากจบให้ผู้เล่นเลือกซึ่งแต่ละฉากก็นำไปสู่บั้นปลายของตำนาน Lincoln Clay ที่แตกต่างกัน อาจจะไม่ใช่ส่วนสำคัญเท่าไหร่นักของตัวเกมแต่ก็ทำให้เรื่องราวที่เล่ามาตั้งแต่ต้นจนจบเกมสมบูรณ์ไปในตัวแบบไม่มีคำถามคาใจ

สรุปเกมนี้เป็นยังไง ?

Mafia III จะถูกลดชั้นมาเป็นเกมธรรมดาเกมหนึ่งเมื่อหยิบไปเทียบกับ Grand Theft Auto ภาคล่าสุด (ซึ่งจะเทียบทำไมก็ไม่แน่ใจ)  แต่เมื่อตัดสินมันจากการมองว่านี่เป็นอีกหนึ่งเกมแอ็คชั่นบนท้องตลาด มันก็ดูคุ้มค่าที่จะซื้อในช่วงลดราคา รูปแบบเกมการเล่นที่เราคุ้นเคย การล้างแค้นอันเดือดดาลในโครงเรื่องที่ไม่ใหญ่โต ไม่ต้องซับซ้อน แต่สนุกสนานบนความเรียบง่ายและรูปแบบของเนื้อเรื่องที่ยุคหนึ่งเราเคยหลงรัก การต่อสู้ผ่านควันปืน กลิ่นอายของอำนาจและบรรยากาศของโลกมาเฟียยังคงอยู่ครบถ้วนในเกมนี้ ซึ่งมากพอที่จะหามาติดเครื่องและเป็นอีกหนึ่งเกมที่ผมติดงอมแงมแบบไม่ทันตั้งตัว

1K Shares
Mafia III
7.8
Mafia III
ข้อดี
  • เพลงเพราะเสนาะหู
  • ฉากแอ็คชั่นสนั่นจอ
  • การเล่าเรื่องที่เพลิดเพลินเหมือนดูภาพยนตร์
  • การแสดงออกทางสีหน้าตัวละครที่ดูตั้งใจทำ
ข้อเสีย
  • ระบบลอบเร้นที่ดูไร้ความหมาย
  • แผนที่กว้างใหญ่จนเกินไป
  • A.I. ที่ไร้สมองแต่ยิงแม่นในเวลาเดียวกัน
  • เกมภาคต่อที่ไม่ตอบสนองต่อความคาดหวัง
  • กราฟิก
    8
  • เสียงและดนตรีประกอบ
    9
  • ความสนุกในการเล่น
    7
  • ความคุ้มค่าในราคาเต็ม
    7

ยีน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ GamingDose ปัจจุบันเล่นเกม FIFA 17 ไปวันๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง