5 เกมที่พิสูจน์แล้วว่าเกมเนื้อเรื่องยังไม่ตาย

ดาบจะคมแค่ไหน ก็ตัดเพชรไม่ได้

ดาบจะคมแค่ไหน ก็ตัดเพชรไม่ได้

เกมเล่นคนเดียวกำลังจะตาย ประโยคนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา หลังจาก EA ปิดสตูดิโอพัฒนาของตัวเองหลายแห่งภายใต้การดูแลของ Visceral Games สตูดิโอที่กำลังพัฒนาเกม Star Wars แบบเล่นคนเดียวอยู่ เพราะจากการคาดการณ์ของ EA ดูเหมือนว่ายุคนี้เกมผู้เล่นคนเดียวจะอยู่ไม่รอดเสียแล้ว เมื่อยอดขายของเกมภาคต่อหรือเกมใหม่ ๆ นั้นทำรายได้ไม่ถึงเป้า เห็นได้ชัดจาก Uncharted 4 และ Deus Ex

นักเล่นเกมหลายคนเศร้าเสียใจกับการจากไปของสตูดิโอพัฒนาเกมผู้เล่นคนเดียวอย่าง Dead Space แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองนี่แหละเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของสตูดิโอดี ๆ ต้องดับลงไป ด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้เล่นชอบดูมากกว่าซื้อ, เกมทำรายได้ไม่ถึงเป้าแถมยังโดนโหลดเถื่อนซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้ผู้พัฒนาเล็งเห็นแล้วว่าหากทำเกมผู้เล่นคนเดียวต่อไปอาจจะอยู่รอดในโลกนี้ได้ยาก ก็เลยหันมาทำ DLC, Loot Box และอื่น ๆ ที่ผู้เล่นคิดว่าน่าสมเพช แต่ก็นะ เกมมันก็คือธุรกิจนั่นแหละ

จริง ๆ ประโยคนี้ก็ไม่เชิงว่าถูกหรือผิด เพราะเรายังมีเกมผู้เล่นคนเดียวระดับ AAA ที่อยู่รอดได้ในวิกฤตปัจจุบัน และต่อไปนี้จะเป็น “5 เกมที่พิสูจน์แล้วว่าเกมเนื้อเรื่องยังไม่ตาย” และอยู่รอดได้จนถึงปัจจุบัน

1.The Legend of Zelda: Breath of The Wild

เหตุผลของใครหลายคนที่ยอมควักเงินกว่าหนึ่งหมื่นสองพันบาทเพื่อซื้อเครื่องเกม Nintendo Switch นี่คือเกมเล่นคนเดียวที่ได้รับ Game of The Year เกือบทุกแขนงไปเมื่อปีที่แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเกมถึงประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เกมที่ดีขนาดนั้น จริง ๆ แล้วสิ่งที่ทำให้เกมนี้ดีคือ มันออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะสม มันออกมาในช่วงเวลาที่เราคิดถึง Link เวลาที่เราคิดถึงดินแดน Hyrule อันกว้างใหญ่ ช่วงเวลาที่เราคิดถึงตำนานการผจญภัยของเจ้าเด็กหมวกเขียว นอกจากออกในช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เกมยังทำออกมาได้เกินความคาดหมายมาก ๆ ทั้งเรื่อง Contents ที่เยอะจนกินเวลาชีวิตมากกว่าสองร้อยชั่วโมง เนื้อเรื่องที่ลุ่มลึกประทับใจ ระบบการเล่นที่ง่ายแต่มีพลัง แถมยังมีอะไร ๆ ให้เล่นอีกเยอะหลังเกมจบไปแล้ว แบบนี้ถ้าไม่ได้ Game of The Year กรรมการก็คงตาถั่วแล้วแหละ

Zelda

2.God of War

คะแนน 10/10 ของ Xter คงไม่เยอะไปสำหรับเกมนี้ นี่คือตำนานบทใหม่ของเทพเจ้าสงครามที่คุณควรหามาลองเล่นสักครั้งในชีวิต ยิ่งถ้าหากคุณเป็นแฟน God of War แล้วด้วย ยิ่งต้องหามาเล่นให้ได้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ เกมภาคนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ของซีรี่ส์นี้ หลายคนอาจคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นใหม่ของเครโทส แต่เปล่าเลย มันเป็นการเริ่มต้นใหม่ของทุกอย่าง ตั้งแต่แพลตฟอร์ม ตัวเครโทสเอง ทัศนคติของเขา ภูมิศาสตร์ ศัตรู เนื้อหา การเล่าเรื่อง ทุกอย่างเปลี่ยนใหม่ตามเขาไปทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ทำให้เกมนี้สดใหม่แม้ว่าคุณจะเคยเล่นภาคก่อนหน้าหรือไม่เคยเล่นอะไรเลยมาก่อน ในเรื่อง Contents เกมสอบผ่านในทุก ๆ ด้าน ทั้งระยะเวลาการเล่น จำนวนเนื้อหาที่เล่นได้ ความหลากหลาย ความสนุก ทุก ๆ อย่างในเกมดูสดใหม่เสมอแม้คุณจะเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่เป็นอีกเกมที่ถ้าคุณมี PS4 อยู่บ้าน ผู้เขียนแนะนำให้ซื้อมาเล่น รับรองว่าคุ้มแน่นอน

3.Red Dead Redemption 2

แม้ว่าเกมจะยังไม่วางจำหน่าย แต่ก็ถูกพูดถึงอย่างมากแล้วในตอนนี้ เกมนี้เป็นเกมภาคต่อของ Red Dead Redemption เกมที่เป็นตำนานมาตรฐานของเกมโลกเปิด เพราะด้วยความมหัศจรรย์ของโลกที่ Rockstar สร้างขึ้น ทั้งการเล่าเรื่อง การพัฒนาของตัวละคร เนื้อหา ความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม ทำให้มันกลายเป็นโจทย์สุดโหดว่า ถ้าหากคุณอยากทำเกม Open World ให้ดี คุณต้องก้าวข้ามเกมนี้ให้ได้ ซึ่งเราน่าจะมั่นใจได้ว่าภาคสองของเกมนี้จะมีอะไรที่ “เยอะ” กว่าภาคแรก ทั้งเนื้อหา Contents ทุก ๆ อย่างที่มีในเกมจะต้องพัฒนาจากภาคแรกแน่ ๆ และถ้ามันทำได้จริง และสอบผ่านในสิ่งที่ผู้เขียนบอกไป นี่อาจจะเป็นเกม Open World ที่ดีที่สุดตลอดกาลเลยก็เป็นได้

Red Dead

4.Detroit: Becoming Human

เกม Interactive เกมนี้เป็นเกมที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดอย่างแท้จริง ทั้งในโลกของเกมที่มีหุ่นยนต์เดินเพ่นพ่านไปมา ทั้งในโลกจริงที่แสดงให้เห็นว่าวงการเกมพัฒนาไปไกลถึงขนาดนี้แล้ว Detroit แสดงให้เห็นว่าความล้มเหลวใน Beyond Two Soul ไม่ได้ทำให้ทีมผู้พัฒนาทีมนี้หมดไฟแต่อย่างใด เขายังมุ่งมั่นพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ จนในท้ายที่สุดก็เกิดเกมนี้ขึ้นมา แม้ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่าง ๆ ตั้งแต่เกมยังไม่เริ่มพัฒนา แต่เหมือนความตั้งใจก็พาให้พวกเขาเผชิญหน้ากับมันจนผ่านมาได้ ล่าสุดแม้จะต้องเผชิญหน้ากับอีกหนึ่งอุปสรรคนั่นก็คือ “การดู มากกว่าเล่น” แต่เราเชื่อว่าเกมดีในระดับนี้ต้องฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ไปได้เหมือนครั้งก่อน ๆ อย่างแน่นอน

Detroit-Become-Human

5.Assassin’s Creed Origins

มันยากมากที่เราเลือกจะเชื่อใจคนคนหนึ่งที่เราไม่รู้จักจนสามารถทำอะไรที่เสี่ยงขนาดทำให้เราหมดตัวได้ แต่ Ubisoft ไม่คิดแบบนั้น ก่อนหน้านี้ Ubisoft พยายามผลักดันให้แฟรนไชส์ Assassin’s Creed เป็นเกมที่สามารถเล่นด้วยกันกับเพื่อน ๆ ได้มาตั้งแต่ภาค Unity แต่ดูเหมือนว่าทางนี้มันดูจะไม่ค่อยเจ๋ง ก็เลยอยากจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง กับการหายไปสองปีเต็มเพื่อพัฒนา Assassin’s Creed Origins ที่คราวนี้แบบเสี่ยงเลย คือตัดระบบไร้สาระออกจนหมด ให้เหลือแต่อะไร ๆ ที่ดูมีคุณค่าต่อการเล่นเท่านั้น กลายเป็นว่าเกมพัฒนามาได้ถูกทางที่สุดเท่าที่ซีรี่ส์นี้เคยมีมา ทั้งเนื้อเรื่องที่ดี มีเนื้อเรื่องย่อยที่หลากหลาย แม้จะไม่มีการเล่นกับคนอื่นหรือโหมดออนไลน์ แต่เกมก็ทำออกมาได้กลมกล่อมมาก ๆ ใครอยากดู Rewind จาก Xter สามารถไปดูได้ ที่นี่

Assassin'Creed

มาร์ค (Mark) - Content Writer/Editor

บทความที่เกี่ยวข้อง