Image default

4 ประโยคยอดฮิต ที่เด็กเล่นเกมยุคนี้ต้องเคยได้ยินจากพ่อแม่

เชื่อเหอะว่าต้องเคยโดนว่าแบบนี้กันสักครั้งสองครั้ง…

นี่คือยุคที่เรียกได้ว่า เรามีเกมให้เล่นได้ทุกที่ หลายคนก็โตมากับเกมบนคอมพิวเตอร์ เกมบนคอนโซล หรือเกมบนมือถือ แต่ถึงยุคนี้แล้ว ก็มีผู้ใหญ่ที่อาจจะไม่เข้าใจพฤติกรรมการเล่นเกมของเรา และแน่นอน บรรดาเด็กต้องเคยถูกพ่อแม่ว่ากล่าวด้วยประโยคเหล่านี้เป็นแน่แท้ งานนี้ไม่ใช่แค่จะมาบอกว่าเคยโดนอะไรกันบ้าง แต่จะมีระบุถึงความเป็นมา และวิธีแก้ไขปัญหานิดๆ หน่อยๆ มาฝาก

1. “เอาแต่เล่นเกมทั้งวันเลยนะ”

นี่คือปัญหาที่จะเจอได้บ่อยในเด็กวัยเรียนยุคนี้ ที่จะต้องทำงานส่งครูผ่านทางออนไลน์ และจำเป็นต้องมีการใช้โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เราอาจจะทำงานไปสักชั่วโมง เล่นเกม เล่นเฟสปนๆ กัน แต่จังหวะที่พ่อแม่มาเห็น เราดันเล่นเกมพอดี กลายเป็นต้นเหตุให้ว่าได้ซะอย่างงั้น จะบอกพ่อแม่ก็กลัวท่านจะไม่เชื่ออีก

วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ ทำงานให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งวอกแวก เอาให้เรียบร้อยเสียก่อน และปิดคอมพิวเตอร์ไปสักระยะนึง หาอะไรอย่างอื่นทำที่ไม่ใช่อยู่หน้าคอม ที่นี้ถ้าอยากเล่นก็ค่อยกลับไปเปิดคอมทีหลัง อย่างน้อยก็ทำให้พ่อแม่รู้ว่า เราแยกเวลากัน ระหว่างทำงาน กับ เล่นเกม

2. “ไปซื้อของให้หน่อย”

ด้วยความที่เกมออนไลน์สมัยนี้มันพื่งพาสมาชิกในทีมเป็นหลัก การทำหน้าที่ของแต่ละคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทีมชนะหรือแพ้ และนี่คือปัญหาที่ทุกคนจะต้องเคยเจอ อาจจะถูกใช้ให้ไปซื้อของนอกบ้าน หรือทำงานบ้านที่กินระยะเวลายาวนาน เกมของเราเลยต้องหยุดชะงักลง เจอแบบนี้ปวดใจเหมือนกัน 555555555

วิธีแก้ปัญหา ก็ขึ้นอยู่กับเกมที่คุณเล่นกันอยู่ด้วย เช่น เกมแนวฟุตบอล คุณสามารถกดหยุดได้และจะทำให้เกมหยุดไปด้วย เช่นเดียวกับเกมแนว MOBA บางเกม สามารถสื่อสารกับทีมเพื่อให้หยุดเกมได้ หรือเกมแนว Battle Royale อย่าง PUBG ก็รีบหลบไปมุมอับของแผนที่ หรือนั่งอยู่ในรถ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาครั้งนี้ก็คือ คุณคุยกับเพื่อนในทีมของคุณได้ดีขนาดไหน

3. “ที่ป่วยเนี่ย สงสัยเพราะเล่นคอม/เล่นเกมหนักแน่ๆ”

อันนี้จริงครึ่งหนึ่งไม่จริงครึ่งหนึ่งนะ

เมื่อเราป่วยด้วยสาเหตุอันใดอันหนึ่ง และเราเป็นคนเล่นเกมอยู่แล้ว ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกพ่อแม่ว่าในลักษณะนี้บ้าง อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมหนักไม่ทำให้เกิดโรคร้ายแรง แต่มีสาเหตุหลักๆ เลยคือ การนอนไม่เพียงพอ การขาดอาหาร การขาดการออกกำลังกาย (เพราะไม่ได้ขยับตัวไปไหนนานๆ) และที่เด็ดคือเรื่องของสายตาครับ การมองจอคอมนานๆ มีผลเสียทำให้สายตาสั้นได้ง่ายขึ้น สรุปแล้วใครที่ใช้คอมนานๆ จะต้องเจอกับอะไรแบบนี้แน่นอน

วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ อันนี้จะได้ไม่ต้องป่วย คือ พักจากการเล่นเกมไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง ไปออกกำลังกาย เสียเหงี่อให้กีฬาก็ดีไปอีกแบบ จะได้ไม่ต้องเจ็บป่วยบ่อยจนถูกว่าอีก

4. “เกรดตกแบบนี้ สงสัยเล่นเกมหนัก”

พอได้ยินประโยคนี้แล้ว เหมือนจะเข้าคนเล่นเกมเต็มๆ แต่อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมหนักๆ ไม่ได้ทำให้เกรดตก เผลอๆ บางเกมอาจมีสาระความรู้แทรกมาจนเป็นเนื้อหาในวิชาเรียนก็เป็นได้ สาเหตุหลักๆ มาจากการแบ่งเวลาเล่นกับการทบทวนความรู้ที่ไม่ดีพอ สุดท้ายแล้วก็อ่านหนังสือสอบไม่ทัน

วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ แค่รู้จัก “แบ่งเวลา” ทบทวนหนังสือให้เพียงพอ และยังมีอีกหลายวิธีที่จะทำให้คะแนนสอบดีขึ้น เช่น หาเพื่อนช่วยติว หาความรู้ในอินเทอร์เน็ตมาดูประกอบก็ดีไปอีกแบบ

ผ่านไปแล้วกับประโยคยอดฮิต เชื่อว่าคงจะได้ยินผ่านหูกันมาแน่ และอาจจะมีมากกว่านี้ ตามแต่ประสบการณ์ของแต่ละครอบครัว

และถึงตรงนี้ คิดว่าจะต้องมีผู้ปกครองหลงมาอ่าน เลยอยากให้บทความนี้เป็นส่วนเชื่อมโยงกันระหว่างเด็กที่เล่นเกม และผู้ปกครองให้เข้าใจกันมากขึ้นถึงพฤติกรรมการเล่นเกมในยุคนี้ ที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ ส่วนใครที่ผ่านการเป็นเด็กมาแล้ว ก็ถือเป็นการอ่านเพื่อนึกย้อนความหลังครั้งวัยเรียนละกันครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง