Image default

12 สิ่งที่เปลี่ยนไป ใน Battlefield 5

ประสบการณ์ตรง จาก Battlefield 5 เวอร์ชั่น Closed Alpha

หากคุณเป็นแฟน Battlefield และกำลังรอการมาถึง ของ Battlefield 5 ในวันนี้ เรามีข้อมูลใหม่ ที่มาจากประสบการณ์ตรงในช่วง Closed Alpha ที่พึ่งจะปิดไปนี่เอง เพื่อเป็นการชิมลางซักเล็กน้อยก่อนจะได้สัมผัสกับเวอร์ชั่น Beta ที่จะเปิดให้เล่นพร้อมกันทั่วโลก รวมถึงเกมเต็มที่จะมาในวันที่ 18 ตุลาคมปีนี้

ถ้าใครกำลังกังวลเรื่องความต้องการของระบบว่าจะต้องใช้ PC แรงขนาดไหน จากที่พวกเราได้ลองเทสกันดู สรุปได้ว่า ถ้า PC ของคุณเคยเล่น Battlefield 1 ได้เกิน 60 FPS คุณก็ยังสามารถเล่น Battlefield 5 ได้เกิน 60 FPS เช่นกัน ซึ่งในการเทสนี้ เราได้ใช้คอมพิวเตอร์ i5 8500K, GTX 1070 และ Ram 8 GB โดยปรับกราฟฟิค Ultra ทั้งหมด (เกมปรับมาให้โดยอัตโนมัติ) ผลปรากฏว่า ได้เฟรมเรตเฉลี่ยอยู่ที่ 70 FPS เลยทีเดียว ซึ่งเกมในตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ยังมีบั๊คและอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องแก้ไข เพราะงั้นในเกมเต็มน่าจะเล่นได้ดีกว่านี้แน่นอน

แต่ในบรรดาความต่างที่พวกเราได้เข้าไปสัมผัสกันมา บอกได้เลยว่า ถ้าคุณชินกับ Battlefield 1 หรือแม้แต่ Battlefield ภาคก่อน ๆ คุณจะต้องปรับตัวกันขนานใหญ่เลยทีเดียว และนี่คือลิสท์ของการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราเก็บข้อมูลมาให้ชม


  • ความแรงของ Damage ในภาคนี้จะแรงกว่าเดิมมาก ซึ่งมันค่อนข้างใกล้เคียงกับ Battlefield 3 เลยทีเดียว มันจะเป็นเกมที่ยิงกันตายเร็วมาก ถ้าคุณเก่งพอ Assault Rifle แม็กกาซีนเดียว อาจจะยิงคว่ำได้ถึง 3 ศพ แต่ในทางกลับกัน ถ้าฝีมือเกม Shooting ของคุณยังไม่ถึงขนาดดูแลตัวเองได้ คุณก็จะเป็นไก่สนามยิ่งกว่าทุกภาค และถ้าคุณ Ping สูง คุณก็จะเสียเปรียบอย่างหนัก จนบางทีคุณจะรู้สึกเหมือนโดนนัดเดียวตาย ทั้งที่ศัตรูไม่ได้ยิงหัวคุณด้วยซ้ำ (ด้วยความที่ Closed Alpha ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ใกล้กับบ้านเรา ทำให้ผู้เขียนต้องทนเล่นบน Ping ระดับ 200+ จนเกือบจะคว่ำโต๊ะออฟฟิศเลยทีเดียว…) ยิ่งความแรง Headshot ในภาคนี้ จะมีตัวคูณอยู่ที่ 1.9 ต่างจากใน Battielfield 1 ที่แรง Headshot อยู่ที่ 1.7  เพราะงั้น เล็งเข้าหัวไว้ครับ… และหาเซิร์ฟเวอร์ที่ Ping ต่ำที่สุดเท่าที่จะหาได้

Battlefield V

  • ระบบปืนได้รับการดัดแปลงใหม่หมด ไม่มีอีกแล้วกับระบบกระสุนกระจายตัว (เล็งยิงตรง ๆ แต่กระสุนกระจายออกรอบ ๆ ศูนย์เล็ง) Battlefield 5 เปลี่ยนมาใช้ระบบที่คล้ายกับการเอา Call of Duty กับ Counter-Strike มารวมกัน เมื่อคุณเล็งยิง ปืนจะสะบัดไปตามแรงถีบ ถ้าเป้าคุณหันไปทางไหน กระสุนก็จะตกตรงนั้น ไม่มีกระสุนเฉจากเป้าแบบภาคก่อน ๆ ซึ่งนี่ก็คือสไตล์ของ Call of Duty  และปืนแต่ละกระบอก จะมีทิศทางแรงถีบที่เป็นของตัวเอง  คุณต้องฝึก และเรียนรู้ในการคุมแรงถีบของอาวุธนั้น ๆ คล้ายกับใน Counter-Strike และขอให้ลืมระบบจาก Battlefield 1 ไปเลย อย่างเช่น ปืน Support ที่ยิ่งยิงค้าง ก็ยิ่งแม่นขึ้น มันไม่มีอีกแล้วใน Battlefield 5 เปลี่ยนมาเป็นอาวุธบางชนิด จะ Aim Down Sight ไม่ได้ (คลิกขวา ยกเล็ง) ถ้าหากไม่ได้ตั้งขาทราย ซึ่งเป็นการจำกัดให้อาวุธนั้นใช้สำหรับเล่นแบบ Defensive อยู่กับที่ วิ่งลุยไม่ได้ หรือปืน Sniper Rifle ก็ไม่มีระบบ Sweet Spot ยิงโดนตัวนัดเดียวตาย Sniper Rifle ของภาคนี้ กลับไปเป็นเหมือน Battlefield ภาคก่อน ๆ นั่นคือ ถ้าคุณอยากจะให้ตายในนัดเดียว ต้องยิงเข้าหัวเท่านั้น และสำหรับ Medic กับ Assault คราวนี้ คุณสามารถใช้ปืนกลเล็ก หรือ SMG แทนอาวุธหลักของคลาสได้ อย่างเช่น Assault จะมี Assault Rifle เป็นอาวุธหลัก แต่ถ้าคุณอยากเน้นวิ่งประชิด ก็สามารถเปลี่ยนมาถือ SMG หรือ Medic ที่ใช้ปืน Self-Loading Rifle เน้นยิงทีละนัดจากระยะไกล คราวนี้คุณสามารถเปลี่ยนมาเป็น SMG วิ่งคู่ไปกับ คลาส Assault ได้เช่นกัน

Battlefield V

  • 3D Spot ไม่มีอีกแล้ว คุณไม่สามารถวิ่งไปเรื่อยแล้วกดปุ่ม Spot รัว ๆ เหมือนเมื่อก่อน การกด Spot ในภาคนี้เปลี่ยนเป็นแค่การมาร์คจุดบนแผนที่ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น แต่ไม่เห็นตัวศัตรูจริง ๆ ซึ่งจุดแดงเหนือหัวศัตรูก็ยังมีเห็นอยู่ แต่คุณจะเห็นก็ต่อเมื่อคุณมองไปหาศัตรูตัวนั้นตรง ๆ และจะมีแต่คุณเท่านั้นที่เห็น เพื่อนร่วมทีมไม่เห็นด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกระบบที่คล้ายกับ Call of Duty เช่นกัน ทำให้ในภาคนี้ คุณต้องใช้ หู ตา มากกว่าเดิม ไม่ใช่มองหาแต่จุดแดงเหมือนภาคก่อน ๆ (อีกอย่างที่ผมสัมผัสได้ คือเสียงฝีเท้าศัตรูในภาคนี้ ค่อนข้างเบากว่าในภาคที่แล้ว ยิ่งทำให้เราต้องใช้ทักษะเกม Shooting หนักเข้าไปอีก) แต่หากคุณอยากใช้ 3D Spot ก็ทำได้ ซึ่งมันจะเป็นไอเทมกล้องส่องทางไกลของ Scout ที่ส่งตรงมาจาก Battlefield 1 รวมทั้งพลุ Spot ศัตรู ก็ยังกลับมาด้วย แต่คราวนี้จะเป็นการยิงขึ้นไปบนฟ้า เมื่อยิงขึ้นไปแล้วมันจะลอยค้างอยู่ระยะนึง และ Spot ศัตรูเป็นวงกว้างให้เห็นใน Minimap หรือเราจะยิงลงพื้นเหมือนภาคที่แล้วก็ได้ แต่รัศมีในการ Spot จะเล็กกว่ามาก ๆ (หมายเหตุ: ระบบ Minimap ของ Battlefield 5 ยังคงเป็นเหมือนใน Battlefield 1 นั่นคือศัตรู จะไม่โผล่ให้เห็นใน Minimap เวลาที่พวกเขาลั่นไกปืน)

Battlefield V

  • ระบบพลังชีวิต ยังคงฟื้นได้เอง แต่จะไม่ฟื้นจนเต็ม 100 HP เหมือนภาคก่อน ถ้าหากว่าคุณบาดเจ็บ พลังชีวิตที่ฟื้นด้วยตัวเอง จะฟื้นให้คุณประมาณ 40% – 45% อย่างเช่น ถ้าคุณพลังลดลงมาอยู่ที่ 67 HP ก็อาจจะฟื้นเองได้ถึง 100 HP แต่ถ้าพลังคุณลดลงมาถึง 38 HP พลังที่ฟื้นเอง ก็อาจจะสุดที่ 75 HP หรือถ้าพลังคุณลดต่ำกว่า 10 HP พลังที่ฟื้นเอง ก็อาจจะได้แค่ 45 HP  ถ้าหากจะให้เต็ม 100 HP คุณต้องใช้กล่องพยาบาลเท่านั้น นั่นคือคุณไม่สามารถวิ่งลุยไปคนเดียว ยิงตาย 3-4 ศพ แล้วหาที่แอบ ฟื้นพลังจนเต็ม 100 HP เหมือนเมื่อก่อน ทำให้ Medic ยิ่งมีความสำคัญ

Battlefield V

  • กระสุนที่พกติดตัวจะมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับภาคก่อน ๆ และทุกครั้งที่คุณเกิดออกมา คุณจะมีกระสุนน้อยกว่าที่ควรจะพกได้ 1 แม็กกาซีน อย่างเช่นคลาส Assault จะมีกระสุนสำรองแค่แม็กเดียว ทั้งที่จริงเราพกได้ 2 แม็ก ส่วน Medic และ Scout จะมีติดตัว 2 แม็ก ทั้งที่จริงเราพกได้ 3 แม็ก ยกเว้นคลาส Support ที่จะมีกระสุนเต็มแต่แรก (แต่ก็ยังถือว่าน้อยกว่า ในภาคก่อน ๆ) ทำให้ Support ยิ่งสำคัญกว่าทุกภาค เพราะทุกคนจะกระสุนหมดเร็วมาก เป็นหน้าที่ของ Support ที่ต้องคอยป้อนกระสุนให้ทุกคน หรือคุณอาจจะเอาตัวรอดด้วยการเก็บกระสุนเพียงไม่กี่นัดจากศัตรูที่ตาย แต่มันจะน้อยมาก อย่าง Assault Rifle อาจจะได้แค่ 10 นัด หรือ Self-Loading Rifle ของ Medic อาจจะได้แค่ 3 นัด เพราะงั้น มี Support คอยตามสนับสนุน ยังไงก็ดีกว่ากันเยอะ

Battlefield V

  • ตามจุด Objective หรือธงจะมีกล่องกระสุนกับกล่องพยาบาลให้เก็บ นี่เป็นตัวเลือกที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์ Battlefield ถ้าหากว่าคุณไม่มีเพื่อนช่วยคุณก็ยังพอเอาตัวรอดเองได้ด้วยการเติมเสบียงจากกล่องในธง แต่คุณไม่สามารถหยิบมันได้เรื่อย ๆ  หลังจากที่คุณหยิบ 1 ครั้ง คุณจะต้องรอประมาณ 30 วินาทีเพื่อที่จะหยิบใช้งานได้อีก ยิ่งทำให้ธงสำคัญมากขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นจุดเกิดมันยังเป็นจุดที่ให้เราฟื้นตัวได้ แต่ต้องระวังให้ดี เพราะกล่องพวกนี้สามารถถูกทำลายได้ เราอาจจะใช้มันเป็นแทคติคด้วยการทำลายกล่องกระสุนกับกล่องพยาบาลในธงศัตรู เพื่อให้ศัตรูฟื้นตัวลำบากแต่ถ้าคุณยึดธงนั้นได้คุณก็จะไม่มีกล่องให้ใช้เช่นกัน (หมายเหตุ: อาวุธพิเศษของแต่ละคลาส  Support จะไม่สามารถเติมให้ได้ อย่างเช่น จรวดต่อต้านรถถัง, Sticky Bomb, พลุ spot ศัตรู คุณต้องเติมจากกล่องกระสุนในธงเท่านั้น)

Battlefield V

  • ยานพาหนะกระสุนหมดได้ ไม่สามารถเติมขึ้นเองเหมือนภาคก่อน ซึ่งกล่องกระสุนที่อยู่ตามธงจะเป็นตัวช่วยในด้านนี้ เพราะงั้นมันอาจจะคุ้มกว่า หากว่าเราปกป้องมันไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ส่วนอากาศยานจะต้องบินกลับไปที่จุดเกิดหลัก ซึ่งจะมีไอคอนลอยอยู่กลางอากาศ นั่นคือจุดที่ใช้เติมกระสุนของอากาศยาน

Battlefield V

  • การยิงกดดัน หรือระบบ Suppression ไม่มีผลกับความแม่นของปืนอีกต่อไป ในภาคก่อนถ้าคุณโดนยิงกดดัน ปืนของคุณจะสะบัดเกินกว่าจะควบคุมทำให้ยิงสวนได้ลำบากมาก แต่มาในภาคนี้การถูกยิงกด จะไม่มีผลแบบนั้นอีกแล้ว มันจะมีผลที่ทำให้หน้าจอเบลอขึ้นนิดนึง แต่คุณยังสามารถยิงสวนกลับไปได้อย่างแม่นยำ แต่การถูกยิงกดยังคงมีผลให้การฟื้นพลังชีวิตด้วยตัวเองหยุดลง และทำให้เพื่อนในหมู่รบเกิดด้วยไม่ได้ ก็ถือเป็นระบบที่ลงตัวและแฟร์ขึ้นกว่าภาคก่อน ๆ

Battlefield V

  • การเคลื่อนไหว และแอ็กชั่นหลาย ๆ อย่าง ในภาคนี้จะเป็น Animation เกือบหมด กล่องพยาบาลใหญ่ หรือ กล่องกระสุนใหญ่ ที่ Medic กับ Support วางลงพื้น คุณจะไปยืนใกล้ ๆ แล้วให้มันฟื้นพลังหรือเติมกระสุนให้เองไม่ได้ คุณต้องเดินเข้าไปหาแล้วกด E ก้มหยิบมันขึ้นมา รวมทั้งการชุบชีวิตเพื่อนก็ยังเป็น Animation ที่ทำให้คุณตกเป็นเป้าได้ง่ายขึ้น และการขึ้นยานพาหนะจะไม่ได้มีแต่ Animation ตอนขึ้นเหมือนใน Battlefield 1 แต่จะมี Animation ตอนลงจากยานพาหนะด้วย และแน่นอนว่าจังหวะนั้น คุณก็ถูกยิงได้เช่นกัน ยิ่งการตกจากที่สูงในภาคนี้ คุณจะมีอาการทรุดเล็กน้อย ยิ่งถ้าตกสูงมากแต่ไม่ตาย คุณจะทรุดอยู่กับพื้นขยับตัวไม่ได้เกือบ 2 วินาทีเลยทีเดียว

Battlefield V

  • และการเคลื่อนไหวในภาคนี้จะหลากหลายขึ้น คุณสามารถวิ่งแล้วกดกระโดดกระโจนตัวทะลุหน้าต่างบ้านออกไปได้เลยไม่จำเป็นต้องทุบให้แตกก่อน คุณสามารถนั่งยองแล้ววิ่งไปได้เหมือนในเกม Gears of War คุณสามารถโผลงไปนอนบนลงพื้นได้ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง และขยับตัวระหว่างนอนอยู่บนพื้นได้ทุกทาง (คล้าย ๆ กับ Resident Evil 6 แต่เป็นแบบ FPS) แม้ว่าการเคลื่อนไหวใน Battlefield 1 มันก็คล่องตัวดีอยู่แล้ว แต่ Battlefield 5 ก็ทำให้มันคล่องตัวขึ้นไปอีก

Battlefield V

  • การชุบชีวิตจะมีความละเอียดมากขึ้น ถ้าคุณถูกยิงตาย หากว่าคุณไม่กดคลิกซ้ายค้าง เพื่อนร่วมทีมจะไม่เห็นสัญลักษณ์ว่าคุณต้องการให้เพื่อนชุบ ซึ่งการคลิกซ้ายค้างก็จะเป็นการยื้อเวลาให้คุณยังไม่กลับไปหน้าเมนูเกิด หรือถ้าคุณไม่อยากให้เพื่อนชุบ อยากเปลี่ยนคลาส, อยากแต่งของใหม่ ก็ปล่อยไปเลยไม่ต้องกดอะไร และที่ยิ่งพิเศษคือ คุณสามารถชุบชีวิตเพื่อนได้แม้ว่าคุณจะไม่ใช่ Medic แต่ทำได้กับเฉพาะเพื่อนในหมู่รบเท่านั้น ถ้าหากว่าเพื่อนคุณตายแล้วร้องขอให้ช่วย คุณสามารถเข้าไปกด E ค้างที่เพื่อน และชุบเขาขึ้นมาได้ ซึ่งระบบนี้ มีชื่อว่า ‘Buddy Revive’ ทำให้เพื่อนใน Squad ทุกคนสามารถชุบชีวิตกันเองได้ ไม่ว่าจะเป็นคลาสอะไรก็ตาม แต่ Buddy Revive ก็ไม่ดีเท่าเข็มฉีดยาของ Medic เพราะ Animation ในการชุบ จะนานกว่า ซึ่งเข็มฉีดยา จะใช้เวลาประมาณ 2 วินาที ส่วน Buddy Revive จะประมาณ 7 วินาที เลยทีเดียว แถมเพื่อนที่ถูกชุบขึ้นมา ก็จะมีพลังชีวิตแค่ 49 HP เท่านั้น ต่างจากเข็มฉีดยาของ Medic ที่จะเต็ม 100 HP Buddy Revive จึงเป็นทางเลือกฉุกเฉินที่ดูเข้าท่าอย่างมาก

Battlefield V

  • นอกจากการช่วยเหลือกันในหมู่รบ ที่เป็นประโยชน์มากกว่าในภาคก่อน ๆ การทำแต้มร่วมกันในหมู่รบ ก็จะเปิดโอกาสให้หัวหน้าหมู่ได้ใช้ ‘ท่าไม้ตาย’ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในซีรีส์ Battlefield ซึ่งมันจะคล้าย ๆ กับ Kill Streak ใน Call of Duty นั่นคือ เมื่อหมู่รบของคุณสามารถทำแต้มร่วมกันได้ถึงระดับนึง ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าศัตรู, ยึดธง, ชุบเพื่อน, เติมกระสุน, ฟื้นพลัง หัวหน้าหมู่ สามารถที่จะเรียกการสนับสนุนพิเศษมาใช้ ซึ่งในเวอร์ชั่น Closed Alpha จะมี 2 ตัวเลือก คือเรียกรถถังใหม่มาให้ทันที ซึ่งจะใช้แต้มหมู่รบ 2 หมื่นกว่าแต้ม กับ V1 Rocket ที่เราได้เห็นกันไป ใน Trailer เปิดตัว ที่ต้องใช้แต้มหมู่รบถึง 4 หมื่นกว่าแต้ม แล้วขอบอกเลยว่า เวลาเรียกมายิงใส่กันแต่ละที เรียกได้ว่าแผ่นดินสะเทือน… นั่นคือในภาคนี้ นอกจากเกมจะพยายามให้เราเล่นกันเป็นหมู่รบคอยสนับสนุนกันตลอดเวลา คุณยังมีรางวัลในตอนท้ายที่เป็นผลมาจากการร่วมแรงร่วมใจในหมู่รบของคุณด้วย

Battlefield V

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับรายละเอียดที่เราเก็บมาฝาก จาก Closed Alpha ก็น่าจะสัมผัสได้แล้วว่า Battlefield 5 จะเป็นภาคที่ Hardcore ที่สุดของ Battlefield และเป็นภาคที่ต้องการ Teamwork อย่างสูงด้วย ถ้าให้พวกเราแนะนำในตอนนี้ ก็ขอแนะนำว่าให้รวมเพื่อน ๆ ที่อยากเล่นด้วยกันไว้เลย เพราะหลังจากที่พวกเราไปสัมผัสกันมาแล้วบอกได้เลยว่า เล่นคนเดียวไม่สนุกเท่าเล่นกับเพื่อนแน่นอน ซึ่งระหว่างเล่นพวกเราก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ แม้ว่าเกมจะยากกว่าเดิม แต่การได้วิ่งตามกันเป็นทีมได้ใช้การสนับสนุนหลาย ๆ รูปแบบ มันเร้าใจยิ่งกว่าภาคก่อน ๆ มาก พูดตรง ๆ เลยว่า เกมเมอร์สายเหงา สาย Lone Wolf สายหมาป่าเดียวดายทั้งหลาย น่าจะไม่แฮปปี้เท่าไหร่กับภาคนี้

หากใครสนใจ ก็เตรียมตัวรับมือกันให้ดี ตุลาคม นี้ครับ…  See you on the Battlefield.

ขอขอบคุณ : คุณ Yuwawat Trijit สำหรับคีย์เกมช่วงทดสอบ

บทความที่เกี่ยวข้อง