Image default

สิ่งที่เกมเมอร์ควรทำเมื่อเข้าสู่โลก The Crew 2 เป็นครั้งแรก

เกมเรซซิ่งเปิดโลกกว้างที่มีอะไรมากกว่าการแข่งขันอย่างเดียว

หลังจากทางพวกเราได้ รีวิวเกม The Crew 2 ในรูปแบบบทความ ไปแล้ว เกมเมอร์หลายคนอาจจะได้ลองซื้อมาเล่นโดยไม่ได้ผ่านภาคแรกมาก่อน ซึ่งผู้เล่นสายทั่วไปที่ไม่ใช่สายเรซซิ่งอาจจะงงว่า สิ่งที่ควรจะลองทำในโลกของ The Crew จะเริ่มยังไงดี เพราะแผนที่มันช่างใหญ่เสียเหลือเกินจนตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรเป็นอย่างแรกดีน้า ?

นี่คือ สิ่งที่เกมเมอร์ควรทำหลังจากเข้าสู่โลก The Crew 2 เป็นครั้งแรก เพราะมันอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปไม่เคยได้ลองสัมผัสเกมนี้มาก่อน หรืออาจะช่วยให้การเล่นเกมของคุณสนุกสนาน และได้รับประสบการณ์ในการเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ขับรถชมวิวจากฝั่งตะวันตกสู่ตะวันออก (West Coast – East Coast)

The Crew 2 เป็นเกมแข่งรถเปิดโลกกว้างมีขนาดใหญ่ไพศาลทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา เกมเมอร์หลายคนซื้อ The Crew 2 เชื่อว่าก็อยากจะลองขับรถจากจุด A ไปสู่ B อยู่แล้ว แต่ที่อยากแนะนำที่สุดก็คือการขับจากสุดขอบฝั่งตะวันตกสู่ฝั่งตะวันออก หรือจาก Los Angeles สู่กรุง New York ที่มีระยะการเดินทางถึง 120 กิโลเมตร ที่ใช้เวลาประมาณนานถึง 40-55 นาที (ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์)

The Crew 2

ถึงจะเป็นระยะที่ไกลมาก แต่คุณจะได้เสพบรรยากาศของเกมที่มีภูมิภาคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นชมหุบเขาวิวป่าไม้ ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เมืองชนบทเล็ก ๆ ที่มีรายละเอียดมากกว่าภาคแรก และระหว่างทางจะได้พบกับไอเท็ม Loot สุ่มเครื่องแต่งยานพาหนะที่มีโอกาสได้แรร์มากกว่า ซึ่งผมก็แนะนำว่าให้ไปซิ่งกับเพื่อน ๆ ของเรา เพื่อที่จะได้สนุกหรรษาไปพร้อม ๆ กัน

ลองการแข่งขันหลากหลายประเภท ทั้งธาตุดิน น้ำ อากาศ

แม้ว่า The Crew 2 จะยังโฟกัสเรื่องของการแข่งขันทางพื้นถนนเป็นหลัก แต่อย่าลืมว่าในภาคนี้ได้เพิ่มยานพาหนะประเภททางน้ำ และอากาศ ซึ่งไม่มีเกมไหนที่ครอบคลุมวงการ Motorsport ได้ครบเท่าเกมนี้อีกแล้ว ถ้าหากเบื่อ ๆ การแข่งขันรถยนต์ ก็มาลองแล่นพายเรือ (Ffpใช้เครื่องยนต์) ผาดโผนเครื่องบิน ที่ยังมียาพหนะให้เลือกอีกมากมาย และการออกแบบสนามแข่งก็ออกแบบมาสนุกใช้ได้เลย

ฉะนั้นนับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของ The Crew 2 ที่เกมเมอร์สายเรซซิ่งทุกคนควรลองครับ

the crew 2

แวะสถานที่แลนด์มาร์คสำคัญทั่วอเมริกา

แผนที่ทั่วอเมริกาไม่ใช่มีดีแค่ใหญ่อย่างเดียว แต่รวมไปถึงอ้างอิงสถานที่สำคัญ ใกล้เคียงภูมิภาค และมีแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยวจากชีวิตจริง เพื่อให้ลองสัมผัสกันในเกมก่อน อย่างเช่น อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ กรุง New York, The Space Needle ใน Seattle, สะพาน Golden Gate ใน San Francisco, Mount Rushmore ใน Keystone และอื่น ๆ อีกมากมาย

The Crew 2

ซึ่งถ้าหากคุณได้มีโอกาสในการแวะท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาเหนือในชีวิตจริง ก็สามารถทำเป็นรายชื่อแหล่งท่องเที่ยวของคุณได้ไม่ยากเลย และที่สำคัญถือเป็นการส่งเสริมแหล่งการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศอีกด้วย วินทั้งสองฝ่าย

ขับรถ F1 และ Monster Truck หรือลองยานพาหนะแปลก

ใครบอกว่า The Crew 2 จะมีเพียงแค่ยานพหนะการแข่งขันประลองความเร็วอย่างเดียว ภาคนี้ได้เพิ่มยานพาหนะแปลก ๆ ให้หลายคนได้ลองสนุก ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น Hovercraft หรือขับเฮลิคอปเตอร์ที่จะเป็นยาพาหนะพิเศษที่จะต้องทำตามเงื่อนไขลับ

แต่ถ้าหากคิดว่าอยากจะผาดโผ่น อาจจะลอง Monster Truck ที่มีอิสระได้กับควบคุมเหมือนดั่งการเล่นสเก็ตบอร์ด หรือขับรถประเภท F1 ที่เร็วแรงทะลุ และควบคุมง่ายก็ไม่เสียหายอะไร แถมสนุกสนานด้วย

the crew 2

ทำ Leaderboard / เล่น Hard Mode หรือไปสนามเด็กเล่นกับเพื่อน ๆ

ถ้าหากคุณกำลังมองหาความท้าทายอย่างสุดขีดล่ะก็ ลองทำสกอร์ขึ้นกระดานใน Leaderboard ให้เพื่อน ๆ และผู้เล่นทั่วโลกอิจฉาเบา ๆ หรือจะเล่น Hard Mode เสริมความยากขึ้นไปเป็นเท่าตัวหลังจากที่ผ่านอีเว้นท์ใน Normal Mode ไปแล้ว หรือคุณจะลองหาเพื่อนเข้า Crew ของคุณ มานัดรวมกันที่ใน Arena หรือ สนามกว้าง แล้วมาทำกิจกรรมทั่วไปอย่างเช่น ทำท่าสตั้นท์ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณอยากจะทำเลย

The Crew 2

หากใครสนใจที่จะลองเล่นเกม The Crew 2 ก็สามารถสอดส่องหน้าร้านค้าได้ที่ Steam (PC), PlayStation Store (PS4) และ Microsoft Store (Xbox One) ซึ่งได้ปล่อยเกมในวันที่ 29 มิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา ในราคา 59.99 เหรียญฯ เป็นเกมที่ทุกคนเล่นสนุก เพลิดเพลินกับมันได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับเล่นกับเพื่อน ๆ ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง