6 Visual Effects หยำๆที่ควรเลิกใช้ในวิดีโอเกม

ก็เข้าใจว่ามันสวย มันเกร๋ แต่บางทีมันก็เกะกะไปนะเธอว์ อุตสาหกรรมวิดีโอเกมในยุคปัจจุบัน เป็นเรื่องของกราฟิกครับ ยิ่งภาพสวย สมจริงมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งสนใจมากเท่านั้น ดังนั้นเกมในปัจจุบัน นอกจากภาพกราฟิกแล้วเหล่าผู้สร้างกราฟิกเอนจิ้นยังพยายามนำเอา Visual Effects ต่างๆมาใส่ในเอนจิ้น เพื่อเพิ่มความสวยงาม และความสดใหม่ใสกิ๊งให้กับโปรดักต์ของแต่ละคน แต่ต่อให้คุณทำอะไรที่มันสวยงามและสร้างสรรค์ มันก็ใช่ว่าจะดีนะครับ เพราะบางทีเอฟเฟกต์หวือหวามันอาจทำให้เกมเล่นได้ยากขึ้น ลำบากขึ้น จนกลายเป็นลูกเล่นขยะที่คนไม่อยากจะใช้กันไปเลยก็ได้ และนี่คือ 6 อันดับ Visual Effects หยำๆที่ควรโดนขจัดออกไปจากโลกของวิดีโอเกมซะ 1. โมชั่นเบลอ ดูจากในรูปก็น่าจะพอเข้าใจนะครับ...

ก็เข้าใจว่ามันสวย มันเกร๋ แต่บางทีมันก็เกะกะไปนะเธอว์

อุตสาหกรรมวิดีโอเกมในยุคปัจจุบัน เป็นเรื่องของกราฟิกครับ ยิ่งภาพสวย สมจริงมากเท่าไหร่ คนก็ยิ่งสนใจมากเท่านั้น

ดังนั้นเกมในปัจจุบัน นอกจากภาพกราฟิกแล้วเหล่าผู้สร้างกราฟิกเอนจิ้นยังพยายามนำเอา Visual Effects ต่างๆมาใส่ในเอนจิ้น เพื่อเพิ่มความสวยงาม และความสดใหม่ใสกิ๊งให้กับโปรดักต์ของแต่ละคน

แต่ต่อให้คุณทำอะไรที่มันสวยงามและสร้างสรรค์ มันก็ใช่ว่าจะดีนะครับ เพราะบางทีเอฟเฟกต์หวือหวามันอาจทำให้เกมเล่นได้ยากขึ้น ลำบากขึ้น จนกลายเป็นลูกเล่นขยะที่คนไม่อยากจะใช้กันไปเลยก็ได้

My eyes

และนี่คือ 6 อันดับ Visual Effects หยำๆที่ควรโดนขจัดออกไปจากโลกของวิดีโอเกมซะ

1. โมชั่นเบลอ

Crysis 3 blur

ดูจากในรูปก็น่าจะพอเข้าใจนะครับ โมชั่นเบลอเป็นเอฟเฟกต์ที่ใช้กันเกร่อมากในเกมสมัยนี้ แรกเริ่มเดิมทีมันใช้ในเกมแข่งรถครับ โดยโมชั่นเบลอจะถูกใช้เวลาคุณอัดไนตรัสนั่นแหละ (แบบ NFS Underground 2)แต่ทุกวันนี้ แค่คุณวิ่งจนถึงความเร็วที่กำหนดมันก็เบลอละครับ และที่แย่กว่านั้นคือมันถูกใช้ในเกม FPS เวลาคุณหันหัวไปมา หรือเวลาคุณหมุนมุมกล้องในเกมพวก TPS ด้วย ซึ่งการเบลอแบบนี้มันให้ความรู้สึกว่ามันเหมือนจริง ก็จริงนะครับ แต่มันเป็นลูกเล่นที่โคตรขยะ เพราะนอกจากมันจะแดกทรัพยากรการ์ดจอเพิ่มแล้ว ยังทำให้คุณเล่นลำบากขึ้นอีกตะหาก

โมชั่นเบลอมีสองแบบครับ คือแบบเบลอสภาพแวดล้อมรอบๆตัวคุณ ซึ่งเป็นอะไรที่ขยะมากๆ กับอีกแบบคือเบลอที่ตัวละคร ซึ่งก็ไม่ได้แย่อะไร แต่ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร เราสนุกกับเกม PC ที่มีเฟรมเรทที่ดี และการเคลื่อนไหวตัวละครที่นุ่มนวลนะครับ ขอร้องล่ะ อย่าเอาไอ้โมชั่นเบลอเหี้ยๆนี่มาบดบังความงดงามของเกมเลย

2. คราบสกปรกเกาะลูกกะตา

BF4 grime

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา วิดีโอเกมโชว์ความก้าวหน้าของกราฟิกส์ด้วยเอฟเฟกต์ฝุ่นควันรอบๆตัว แต่ฝุ่นที่ผมพูดถึง ไม่เกี่ยวกับไอ้ละอองฝุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาเวลาแสงแดดทอดลงไปบนพื้นผิวนะครับ อันนั้นเป็นเอฟเฟกต์ที่แลดูสวยงามดี แต่ไอ้ฝุ่นที่ผมพูดถึงคือไอ้ฝุ่นที่มันเกาะลูกกะตาของตัวละครเนี่ยแหละ เกม FPS ทุกวันนี้มันใช้กันเกร่อมากมาย แถมทำให้เกมเล่นยากขึ้น มองอะไรไม่ค่อยเห็นอีก

ในโลกของหนังนั้น เอฟเฟกต์ฝุ่นละอองทำให้คุณได้รับประสบการณ์แบบสมจริง และทำให้คุณรู้สึกเหมือนคุณมีส่วนร่วมไปกับหนัง แต่กับเกม FPS คุณรับบทเป็น “ตัวบุคคล” ครับ ไม่ใช่คุณเอากล้องไปถ่ายโน่นนี่นั่น เพราะงั้นลูกตาคุณคงรับไอ้เศษฝุ่นหนาตึ้กที่มาเกาะไม่ได้เหมือนกับเลนส์กล้องหรอก (เกาะขนาดนั้นก็ตาบอดแล้วคู๊ณ) และลูกกะตาของคุณมองไม่เห็น Lens Flare จากพวกแหล่งกำเนิดแสงนะครับ เอฟเฟกต์พวกนี้เป็นตัวบดบังทรรศนียภาพอย่างร้ายกาจ ทั้งยังลดทอนความ”เหนือจริง”ที่เกมพยายามจะนำเสนออีกด้วย

“อ๋ออออ แล้วงี้มึงก็โอเคกับพวก Lens Flare ใน Game of Thrones สิ ใช่มั๊ย?” จิตใต้สำนึกของผม ถามผมมาแบบนี้ คำตอบคือใช่ครับ ผมโอเคกับมัน และมันคงบ้ามากๆถ้าเราจะเรียกร้องให้พวกเขาเอาเอฟเฟกต์พวกนี้ออกในอุตสาหกรรมหนังหรือละคร แต่กับวิดีโอเกม คุณทำได้! คุณมีอิสระที่จะเอาองค์ประกอบที่ใช้ในหนังพวกนี้ออกไปจากเกมของคุณได้ ดูจาก Screenshots ของ Battlefield 4 ข้างบนสิครับ มันมีครบเลย ทั้งโมชั่นเบลอ, วิกเนต (เอฟเฟกต์ภาพที่ตรงกลางสว่าง แต่ตรงขอบๆมืดนั่นแหละ), ภาพฟุ้ง(บลูม) และไอ้ประกายวิ้งๆสีส้มๆ นั่นอีก มันทำให้อรรถรสของคุณเสียไปหมดเลย คุณไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นตรงหน้าคุณมั่ง

3. เอฟเฟกต์ขอบวัตถุสีเพี้ยน (Chromatic Aberration)

chromatic

เราพูดถึงเอฟเฟกต์ที่มาจากกล้องกันเยอะแล้ว ตอนนี้ลองมานึกดูครับ ว่าถ้าเกิดมันไม่ใช่แค่กล้องธรรมดา แต่เป็นกล้องเลนส์กากๆล่ะ?

มันคือที่มาของเอฟเฟกต์ Chromatic Aberration ครับ เอฟเฟกต์นี้จะมีได้กับกล้องที่ใช้เลนส์เทเลโฟโต้ ทำไม่สามารถโฟกัสสีออกมาตรงตามจริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่ตรงขอบของวัตถุจะเบลอๆ เป็นสีเพี้ยนๆ บ้างก็เขียว บ้างก็แดง บ้างก็น้ำเงิน

ถ้าหากคุณถ่ายภาพ แล้วมันออกเป็นงั้น สิ่งที่คุณทำคือเปลี่ยนเลนส์ครับ แต่เอฟเฟกต์พวกนี้ดันถูกใช้กันเกร่อในวิดีโอเกมยุคปัจจุบันซะงั้น มันทำให้ชิ้นงานที่ทำออกมาอย่างพิถีพิถันถูกทำลายลงในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีโดยการทำให้ขอบของวัตถุแต่ละชิ้นเป็นสีเบลอๆ แถมยังเป็นการแบ่งแยกตัวของคุณออกจากโลกของวิดีโอเกมอีก ทีนี้จากเดิมที่ในเกม คุณเล่นเป็นทหาร ไปช่วยประธานาธิบดี กลายเป็นว่าคุณดูหนังเกี่ยวกับทหารที่ไปช่วยประธานาธิบดีด้วยมุมกล้อง FPS แทน อารมณ์ที่ได้มันคนละแบบกันเลยนะครับ

4. Film Grain

L4D grain

ฟิล์มเกรนนั้นเป็นเอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้นจากกล้องฟิล์มครับ โดยฟิล์มเกรนจะเกิดจากผลึกเกลือ ทำปฏิกิริยาทางเคมีจนกลายเป็นเม็ดสี และเกิดขึ้นตามจุดต่างๆบนแผ่นฟิล์ม จะเล็กจะใหญ่ก็แล้วแต่ ซึ่งภาพที่ออกมาจะดูซ่าๆเหมือนมี Noise รบกวน (นอยซ์กับเกรนไม่เหมือนกันนะครับ) ซึ่งในยุคปัจจุบันที่ภาพถ่ายเป็นแบบดิจิตัลซะส่วนใหญ่ แทบไม่มีฟิล์มเกรนแล้วล่ะครับ แต่ไม่ใช่ในโลกของวิดีโอเกม

อย่างที่ผมบอกไปว่า ฟิล์มเกรนคล้ายกับนอยซ์ครับ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือพอมันมาอยู่ในวิดีโอเกมแล้วมันน่ารำคาญพอกันเลย คือมันทำให้ภาพซ่าๆ เหมือนฟิล์มหนังเก่าๆ ซึ่งมันไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย แม้แต่กับเกมที่น่าจะเหมาะกับฟิล์มเกรนอย่าง Left 4 Dead ที่ใส่ฟิล์มเกรนเข้ามาเพื่อให้อารมณ์เหมือนหนังซอมบี้เกรด B แต่เชื่อผมเถอะ ปิดมันออกไปยังรู้สึกดีซะกว่า ไม่เชื่อลองดูภาพ Screenshot ข้างบนกับข้างล่างครับ อันบนคือแบบมี Film Grain อันล่างคือแบบปิด Film Grain แล้วดูเอาละกันว่าอันไหนมันสบายตากว่า

L4D Nograin

โชคยังดีที่เกมส่วนมากที่มีเอฟเฟกต์ฟิล์มเกรน จะมีออพชั่นให้ลดเอฟเฟกต์ลง หรือปิดไปเลยก็ได้ ขอขอบคุณทีมพัฒนาอย่างสุดซึ้งครับ

5. Depth of Field

BF4 dof

ลองดูตัวอย่างของ Batman : Arkham Knights ตัวนี้ดูครับ เห็นได้ว่ามันคือการจู่โจมของกองทัพ Depth of Field อย่างแท้จริง (พร้อมทั้งจำนวนโมชั่นเบลอมหาศาลล้านเจ็ดตอนช่วงขี่ Batmobile) Rocksteady ได้สร้างโลกอันสุดแสนประหลาดให้พี่ค้างคาวของเราได้ไปสำรวจ จากนั้นก็เพิ่มเอฟเฟกต์ที่เบลอของรอบๆตัวพี่ค้างคาวเวลาเขามองไปที่จุดๆนึงซะงั้น

Depth of Field มันก็ดูดีเวลามันอยู่ในเทรลเลอร์ครับ แต่ในเชิงปฏิบัติแล้วมันเป็นเอฟเฟกต์ที่เหี้ยมากๆ ลองนึกสภาพเวลาคุณอยากมองอะไรที่อยู่ไกลๆ แต่ดันมองไม่เห็นเพราะถูกเบลอโดย Depth of Field ดูสิครับ เอฟเฟกต์นี้นอกจากจะทำให้วิสัยทัศน์รอบตัวคุณแย่ลงแล้ว ยังทำให้สายตาคุณทำงานหนักขึ้นอีก

อีกหนึ่งเคสที่ให้คุณได้สัมผัสความหยำของ Depth of Field คือใน Battlefield 4 ด่านที่คุณต้องไปสิงคโปร์ คุณจะต้องเดินบนระเบียงผ่านโรงเก็บพาหนะ ซึ่งตรงนั้น คุณแทบจะมองไม่เห็นพาหนะที่จอดอยู่ตรงข้างล่างเลย ทีมพัฒนาใช้เวลานานมากกว่าจะทำโมเดลพาหนะ และตัวละครทั้งหมดในโรงเก็บนั้นออกมาได้ แต่ทุกอย่างมันพังหมดเพราะไอ้ Depth of Field เนี่ย มันเอ๊ย

6. Lens Flare

Syndicate

ในบางครั้งผมโอเคกับเลนส์แฟลร์ครับ แต่เฉพาะเวลาที่จำเป็นจะต้องสื่อถึงจุดที่มองหาได้ยากมากๆเท่านั้น อย่างพวกวัตถุส่องแสงบางอย่างที่คุณไม่อาจมองเห็นได้เพราะถูกบดบังด้วยอะไรก็ตามแต่ เลนส์แฟลร์คือสิ่งจำเป็นที่จะทำให้คุณมองเห็นมันได้ง่ายๆ

BURN

ซึ่งเลนส์แฟลร์นั้น มันจะถูกใช้จนเกินจำเป็นเสมอ เหมือนกับเอฟเฟกต์ภาพฟุ้งหรือ HDR ที่เกมเมื่อสองสามปีก่อนใส่กันมาแบบพ่อตายควายล้ม ภาพข้างบนคือภาพจากเกม Syndicate ตัวรีบูท ที่ใช้เลนส์แฟลร์ กับเอฟเฟกต์ภาพฟุ้งจนเกินพอดีทำให้มองอะไรแทบไม่เห็นเลย กับเกมยุคปัจจุบันก็ยังเป็นครับ อย่างภาพข้างล่างจากเกม The Evil Within ไอ้ข้างๆตัวเซบาสเตียนนั่นเป็นแค่ตะเกียงไฟธรรมดานะครับ ไม่ใช่ไฟประภาคาร มันจ้าซะตาแทบจะบอดเลย คือถึง J.J. Abrams จะชอบใช้เลนส์แฟลร์ก็ไม่ได้หมายความว่าไอ้เอฟเฟกต์ห่าลากนี่มันจะดูเท่ ดูคูลหรืออะไรนะครับ มันแสบตาโพดๆเลยทีเดียว

The Evil Within

ข้อยกเว้นบางประการ

แม้ว่าเอฟเฟกต์พวกนี้จะรก และเกะกะ แต่ถ้าใช้มันอย่างมีความคิดซักนิด มันจะออกมาดูดีมากเลยครับ เพราะเอฟเฟกต์พวกนี้ใช้เพื่อสื่ออารมณ์ออกมา หรือเป็นเงื่อนไขสำหรับเกมบางเกม อย่างใน Alien : Isolation เอฟเฟกต์ Depth of Fields จะเกิดขึ้นเวลาคุณใช้ Motion Tracker ซึ่งจะทำให้รอบๆตัวคุณเบลอ สร้างความกดดันได้เป็นอย่างดี

Alien isolation motion tracker dof

และเอฟเฟกต์ Chromatic Aberration ก็ใช้ได้ดีกับตัวเกมเช่นเดียวกัน เพราะตัวเกมใช้ธีมของหนังไซไฟยุค 70 ทำให้ตัวเกมสื่ออารมณ์ความเก่าออกมาได้อย่างดี

และแม้ว่าผมจะพูดถึงเกม The Evil Within ไปก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวฟิล์มเกรนทำงานได้อย่างดีกับเกมนี้ เพราะมันทำให้เกมรู้สึกอึดอัด วังเวง และสกปรก

กับเกมของซีรี่ยส์ Metro ก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าตัวเกมจะใช้เลนส์แฟลร์มากไปสักหน่อย แต่เอฟเฟกต์พวกคราบสกปรกบนหน้ากากตอนขึ้นไปบนพื้นผิวของกรุงมอสโกว์นั้นยอดเยี่ยมมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณกดปุ่ม แล้ว Artyom เอามือขึ้นมาปาดบนหน้ากาก มันทำให้คุณรู้สึกเหมือนผูกติดอยู่กับโลกใบนั้นได้เลยทีเดียว

เอฟเฟกต์พิเศษทั้ง 6 ข้อนี้มีวัตถุประสงค์ในการใช้อย่างเจาะจงอยู่ครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ และไม่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกแย่

แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าเอฟเฟกต์อะไรอีกบ้างที่วิดีโอเกมในยุคปัจจุบันควรเอาออกไปได้แล้ว?

 

ที่มา : PC Gamer.com

1 Shares

เต๊าะ อดีตนักเขียน Future Gamer และ Rapture Gaming Network ปัจจุบันรับหน้าที่อัพเดตข่าวสารวงการเกมและบทความรีวิวบนเว็บไซต์ GamingDose.com

บทความที่เกี่ยวข้อง