Review: DOOM

ดูม มะจาเล่ดูม มะจาเล่ดูม Doom…มันคือวิดีโอเกมที่ถูกเรียกว่า “บรรทัดฐานของเกม FPS” ที่องค์ประกอบหลายๆ อย่างของมันถูกนำมาปรับใช้กับเกม FPS ยุคปัจจุบัน มันเป็นตำนานที่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนกล่าวถึง และนับตั้งแต่ภาค 3 เมื่อปี 2004 แฟนๆ ต่างก็อยากให้ id Software ทำภาคต่อตัวที่ 4 ของเกมออกมาอีก และแล้ววันนี้ก็มาถึง…..แต่มันไม่ใช่ภาคต่อ มันคือภาคที่นำเอาตัวเกมภาคแรกมาปรับใหม่ ปรับเปลี่ยนเพิ่มกราฟิกส์และลูกเล่นแบบเกม FPS ยุคปัจจุบันเข้าไป แล้วตีไข่ใส่เครื่องเทศให้รสชาติจัดจ้านมากขึ้น พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบอาหารเมนูเดิม...

ดูม มะจาเล่ดูม มะจาเล่ดูม

Doom…มันคือวิดีโอเกมที่ถูกเรียกว่า “บรรทัดฐานของเกม FPS” ที่องค์ประกอบหลายๆ อย่างของมันถูกนำมาปรับใช้กับเกม FPS ยุคปัจจุบัน มันเป็นตำนานที่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนกล่าวถึง และนับตั้งแต่ภาค 3 เมื่อปี 2004 แฟนๆ ต่างก็อยากให้ id Software ทำภาคต่อตัวที่ 4 ของเกมออกมาอีก

และแล้ววันนี้ก็มาถึง…..แต่มันไม่ใช่ภาคต่อ มันคือภาคที่นำเอาตัวเกมภาคแรกมาปรับใหม่ ปรับเปลี่ยนเพิ่มกราฟิกส์และลูกเล่นแบบเกม FPS ยุคปัจจุบันเข้าไป แล้วตีไข่ใส่เครื่องเทศให้รสชาติจัดจ้านมากขึ้น พร้อมเสิร์ฟในรูปแบบอาหารเมนูเดิม เพิ่มเติมคือรสชาติที่เผ็ดซี๊ดซ้าดจัดจ้านขนาดส้มตำปูปลาร้าของป้าหน้าปากซอยนี่จืดไปเลย

Doom1

Go back to where you came from.

ในภาคนี้ id Software เลือกที่จะนำเอาสูตรสำเร็จจาก Doom สองภาคแรกกลับมาใช้ แต่ก็มีการนำเอาลูกเล่นของเกม FPS สมัยใหม่เพิ่มเติมเข้ามาทำให้ตัวเกมดู “ทันสมัย” แต่มันก็ไม่ได้กลบกลิ่นอายดั้งเดิมของ DOOM ทิ้งไปแต่อย่างใดครับ มันยังคงดิบ เถื่อน ซาดิสม์ โรคจิต วิปริต และอีกมากมายที่ผมก็ไม่สามารถบรรยายได้จนครบ ผมรู้สึกดีที่ทีม id Software ตัดสินใจจะไม่เดินตามรอย Doom 3 แต่เลือกที่จะกลับไปใช้ “ขนบ” ดั้งเดิมของ Doom ซึ่งนั่นทำให้อัตลักษณ์ของตัวเกมชัดเจนยิ่งขึ้น คือเนื้อเรื่องเป็นไงช่างหัวแม่ง กูจะยิงอย่างเดียว

Doom18

แต่จะให้พูดว่าเนื้อเรื่องของ DOOM เป็นเรื่องไม่จำเป็นก็คงไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นอะไรที่เดาได้ง่ายและไม่หนีไปจากสูตรสำเร็จของ Doom ภาคก่อนๆ มากนัก คือตัวเอกที่เราเรียกกันติดปากว่า Doomguy อยู่ในสถานีวิจัยบนดาวอังคารที่ถูกรุกรานโดยเหล่าปิศาจชั่วร้ายจากขุมนรก หน้าที่ของเราคือหาทางปิดประตูไม่ให้มันหลุดรอดออกมาได้อีก ซึ่งในระหว่างทางตัวเกมจะส่งคุณเข้าไปในเรื่องราวผ่านทาง Cut-In และบทสนทนาที่ตัวละครตัวอื่นๆ พูดกับคุณ ทำให้มันมีน้ำหนักมากพอจะทำให้คุณทราบได้ว่า ตัวเอกกำลังทำอะไร กำลังจะไปไหน และทำไมต้องไปทำ แต่นอกจากนั้นก็ยังมี Codex ที่รวมปูมหลังของสถานที่และพวกศัตรูในเกม หรือเรื่องราวก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในตัวเกมให้คุณได้อ่าน ซึ่งมันละเอียดมากพอที่จะไม่ให้คุณตั้งคำถามอีกว่า “ที่นี่คือที่ไหน? กูมาทำอะไร?” หรือ “กูยิงตัวอะไรอยู่?” หรือถ้าจะเอาให้มากกว่านั้น คือมันมากพอที่ตัวเอกของเราไม่ต้องพูดอะไรออกมาซักประโยคเลยด้วยซ้ำ

ฉากของเกมถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน และเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยพร้อมทั้งอัตลักษณ์ประจำแฟรนไชส์อย่าง “เส้นทางลับ” ที่ให้คุณได้สำรวจกันเป็นชั่วโมงๆ จนกว่าจะหามันเจอ พร้อมด้วยคำอุทานที่ว่า “เป็นงูนะฉกตากูไปแล้ว” ทุกครั้งที่คุณเจอทางลับที่ซ่อนอย่างแนบเนียนขนาดอยู่ใกล้ลูกกะตาคุณแค่มิลฯ เดียวแต่คุณดันเดินผ่านมันไปดื้อๆ ซะยังงั้น แต่มันไม่ได้มอบรางวัลให้คุณเป็นแค่ Collectibles ธรรมดาๆ หรือ Upgrade Token เท่านั้น ในแต่ละฉากจะมีห้องลับที่ปลดล็อกฉากใหม่ๆ ในโหมด Classic Maps ให้คุณได้เข้าไปเล่นด้วย ถ้าหากคุณสามารถปลดล็อกออกมาได้หมดแล้ว ก็สามารถเข้าไปเล่นฉากของ Doom ภาคเก่าต่อได้ทันที เหมือนซื้อ DOOM แถม Doom เลยทีเดียว

Doom3

อ้อ ผมจะบอกว่าพวกตุ๊กตา Doomguy ที่เก็บได้ตามทางนี่น่ารักจนอยากให้ POP! มันเอาไปออกเป็นฟิกเกอร์ขายเลยครับ

Doom5

ดุดุ๊ง ดุดุง ดุดุง ดุดุ๊ง ดุง

Rip and Tear.

เกมเพลย์ของ DOOM เราคงไม่ต้องพูดกันมากมายครับ ตัวเอกแบกปืนกระบอกโต ไล่ซัลโวกระสุนใส่ฝูงผีห่าซาตานที่หลุดมาจากขุมนรก ทั้งเกมคุณไม่ต้องทำอะไรมาก แค่วิ่ง และ ยิง เท่านั้น ตลอดทั้งเกมคือ Arena Shooter ที่คุณถูกขังอยู่ในห้องขนาดใหญ่ๆ ศัตรูจะ Spawn ออกมาเป็นห่าให้คุณไล่ฆ่าจนหนำใจแล้วทางไปต่อก็จะถูกเปิดออก วนเป็นลูปไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจบเกม ข้อห้ามเพียงอย่างเดียวสำหรับคุณคือ “ห้ามตาย” ไม่มีความสมจริงใดๆ กับเกมนี้ทั้งนั้น คุณแบกปืนได้มากกว่า 4 กระบอก ปืนทุกกระบอกไม่มีการรีโหลดกระสุนอะไรทั้งนั้น (อ้อ ยกเว้นลูกซองแฝด) การเคลื่อนที่แบบ Default ของคุณคือการวิ่งด้วยความเร็วเต็มสปีดแบบไม่รู้ว่าคุณสตรองมาจากไหน คุณสามารถกระโดดได้สองจังหวะ(แต่ตกจากที่สูงมากๆ ก็ยังตายนะ) คุณสามารถต่อย ทุ่ม ทับ จับ หัก งัด แหก แหวก ฉีก ดึง ทึ้ง ฯลฯ กับร่างกายของศัตรูได้อย่างอิสระผ่านทางระบบ Finish Move แบบใหม่ที่เรียกว่า Glory Kill ที่เมื่อยิงศัตรูจนถึงระดับหนึ่งแล้วมันจะอยู่ในสภาพมึนงง พร้อมให้คุณเข้าไปปู้ยี่ปู้ยำได้อย่างเต็มที่ และบอกลาระบบ Regenerate Health หรือ Supply Crate ที่ใช้ในเกม FPS ยุคปัจจุบันกันจนเกร่อไปได้เลย เพราะหนทางเดียวที่จะทำให้คุณอยู่รอดต่อได้คือการไล่เก็บ Health/Armor Pickups ตามทางเท่านั้น หรือถ้าในสถานการณ์นัวเนีย Glory Kill ก็จะทำให้คุณได้ Health Pickup มาจำนวนหนึ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบนี้คือกุญแจหลักที่ทำให้คุณยังรักษา “จังหวะ” ในการต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด และถ้าแค่นั้นยังไม่พอ ขอแสดงความยินดีครับ คุณได้ระบบเพาเวอร์อัพจาก Quake ใส่มาในเกมนี้ด้วย โดยเพาเวอร์อัพก็จะเป็นลูกพลังให้เก็บในด่าน โดยมันจะมอบพลังให้คุณทั้ง Quad Damage เพิ่มดาเมจ 4 เท่า ยิงตรงไหนเละตรงนั้น, Berserk Mode ที่เปลี่ยนไปใช้หมัดลุ่นๆ ไล่แหกหน้าปิศาจจนยับ, Haste วิ่งด้วยสปีดระดับ Sonic the Hedgehog นี่กลายเป็นหอยทากไปเลย ซึ่งระบบเหล่านี้ทำให้ DOOM คือศูนย์รวมความมันส์ของเกมเมอร์วัยดึกอย่างแท้จริง

Doom2

อาวุธที่ให้คุณได้ใช้ก็คุ้นหน้าค่าตากันดีจากภาคเก่าๆ ครับ มันเป็นอาวุธที่คุณเคยใช้มาแล้วในภาคก่อนๆ แทบทั้งสิ้น ทั้งปืนลูกซองแฝด ปืน Chaingun บาซูก้า หรือกระทั่งพี่ใหญ่กระบอกโต BFG อันเป็นอาวุธคู่บุญของแฟรนไชส์ที่มีมาแต่ไหนแต่ไร แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ อาวุธแทบทุกชนิดมี Mods ให้ติดตั้งชนิดละสองแบบ ซึ่ง Mods เหล่านั้นคือ “โหมดการยิงที่สอง” ของอาวุธกระบอกนั้นๆ และมันยังสามารถอัพเกรดประสิทธิภาพของมันได้ด้วยผ่านทาง Weapon Upgrade Token ที่จะได้จากการสำรวจและสู้กับฝูงศัตรู เมื่อคุณอัพเกรดจนครบแล้วก็จะปลดล็อก Challenge พิเศษที่เมื่อทำตามเงื่อนไขจนครบ ก็จะปลดล็อกความสามารถขั้นสุดยอดของ Mod ชิ้นนั้นๆ ได้ ซึ่ง Mods ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เพิ่มอรรถรสในการซัลโวพวกปิศาจอย่างไร้ความปราณีได้ทั้งสิ้น ทำให้คนที่คุ้นเคยกับอาวุธเหล่านี้อยู่แล้วก็ยิ่งรักมันมากขึ้น และคนที่ไม่เคยเล่นเกมในแฟรนไชส์นี้มาก่อนก็สามารถเอ็นจอยไปกับเกมได้อย่างไร้ปัญหา แต่แน่นอน ปืนทุกกระบอกย่อมต้องใช้กระสุน ถ้าคุณคิดว่า Ammo pickups ที่เก็บได้ตามทางมันไม่เพียงพอให้คุณได้ใช้ล่ะก็ “เลื่อยไฟฟ้า” คือคำตอบของคุณ ทุกครั้งที่คุณหั่น เฉือน ฟาด ปาด สับเหล่าศัตรู บรรดา Ammo Pickups จะพุ่งกระจายออกมาจากตัวของมันประดุจดั่งน้ำพุให้คุณเก็บ และทำให้คุณไม่ต้องเสียจังหวะเปลี่ยนอาวุธให้วุ่นวาย

Doom15

Doom19

Doom13

แต่ลูกเล่นการอัพเกรดยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีส่วนของการอัพเกรดชุดและตัวละครที่สามารถหา Token ได้ตามพื้นที่ลับในฉากเหมือนกัน และ Rune ที่ต้องทำ Challenge ให้ผ่านถึงจะเอามาใช้ได้ และคุณก็สามารถอัพเกรดมันได้เหมือนกันผ่านทางการทำ Challenge ให้ผ่าน ทำให้ลูกเล่นการอัพเกรดในเกมดูหลากหลายไม่ซ้ำซากดี

Doom8

Doom6

Doom7

ที่มันดีงามพระรามเก้าจริงๆ คือ ในการเล่นโหมด Campaign จบหนึ่งครั้ง ถ้าคุณสำรวจและขยันทำ Challenge มากพอ คุณสามารถอัพเกรดความสามารถทุกอย่างจนเต็มได้ในการเล่นแค่รอบเดียวครับ ทำให้การเล่นรอบต่อไปคุณก็จัดเต็มได้ตั้งแต่ต้นทางเลย และถ้าคุณพลาดสำรวจด่านไหนไปก็ไม่ต้องห่วง คุณสามารถย้อนกลับมาเลือกเล่นด่านนั้นได้เรื่อยๆ จนกว่าคุณจะหามันเจอ และถ้าคุณคิดว่ามันง่ายไปล่ะก็ ลองโหมด Ultra Nightmare เลยครับ คุณจะต้องเล่นตั้งแต่ต้นยันจบด้วยป๊อกเดียว ไม่มี Checkpoint ไม่มีห่าเหวอะไรทั้งนั้น ตายแล้วจบทันที ถือเป็นอีกตัวเลือกนึงสำหรับสาย Speedrun หรือคนที่สรรหาความท้าทายระดับยมบาลยังร้องไห้

Doom4

Together we’re strong

ถ้าคุณเล่นโหมดเนื้อเรื่องจนหนำใจแล้ว id Software ก็ยังใจดีส่งโหมด Multiplayer มาให้เราได้ซัลโวกระสุนใส่กันต่อครับ โดยโหมด Multiplayer ของเกมก็มาเป็นแนว Arena Shooter ตามยุคสมัยที่ Doom กับ Quake รุ่งเรืองเลย โหมดการเล่นก็ตามฉบับเด๊ะๆ คือมี Deathmatch, King of the Hill, Capture the Flag และโหมดอื่นๆ ที่พวก Arena Shooter ในยุคนั้นมันมี มาพร้อมกับระบบ Hack Module เหมือนกับพวก Burn Cards แบบ Titanfall คือพอคุณตายแล้วคุณสามารถเลือกบัฟได้อันนึงจาก Deck ที่คุณเซ็ทเอาไว้ แล้วพอคุณ Spawn ก็จะได้รับบัฟนั้นไปจนกว่าคุณจะตายอีกรอบ ตัวละครของคุณสามารถตกแต่งได้ทั้งหน้าตาและสี โดยคุณสามารถปลดล็อกสีและลายเพิ่มเติมได้ผ่านทางการเลเวลอัพตัวละครของคุณ แต่ที่ทำให้ผมขัดใจคือระบบอาวุธมันดันกลับไปใช้แบบเกม FPS ยุคปัจจุบันครับ คุณถูกบังคับให้พกอาวุธได้แค่ 2 อย่างด้วยระบบ Loadouts …… ใช่ครับ มันเอาระบบ Loadouts ของ Call of Duty มาใช้โท่งๆ เลย ไม่มีอาวุธซ่อนอยู่ในฉากแล้ว มีแค่ Health/Armor กับ Ammo pickups ให้เก็บเท่านั้น ยังดีที่ว่ามันยังมี Power ups ให้เก็บเหมือนเดิม ที่มีเพิ่มเข้ามาคือ Demon Power ที่เปลี่ยนร่างของคุณให้กลายเป็นปิศาจจอมโหดไล่ทุบชาวบ้านได้แค่นั้น และในโหมดนี้ก็มีอาวุธชนิดใหม่เข้ามาคือ Burst Rifle, Vortex Rifle, Hell Gun ที่ในโหมด Campaign ไม่มีให้ใช้ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้ระบบ Loadouts ดูดีขึ้นเท่าไหร่เลยครับ

Doom9

Doom10

Doom11

ที่ผมรู้สึกแย่ไปกว่านั้นคือตัวเกมหาห้องโคตรยาก ยากมากๆ กด Matchmaking ไปแล้วรอไป 10 นาทีก็ไม่ได้เข้าห้อง ตอนนี้ได้ข่าวว่า id Software จะลงมาคุมโหมด Multiplayer แทน Certain Affinity ที่รับผิดชอบส่วนของโหมดนี้แต่เดิมแล้ว ก็หวังได้แต่ว่าในอนาคตโหมดนี้จะถูกปรับให้ดีขึ้นกว่านี้นะครับ

แต่ถ้าหากคุณไม่อยากเล่นโหมด Multiplayer ล่ะก็ ขอแนะนำโหมด Snap-Map เลยครับ มันคือโหมด Sandbox ที่ให้คุณได้สร้างด่านของตัวเองขึ้นมา แล้วแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่นได้เล่นกัน คุณจะทำออกมาเป็นแบบ Single Player ก็ได้ หรือ Multiplayer ก็ได้ ตามใจคุณเลย และมันละเอียดมากๆ ทั้งการวางตำแหน่ง Object หรือการวาง AI และลูกเล่นต่างๆ เหมือนเป็น SDK ขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เพราะสุดท้ายแล้วพวก Assets ต่างๆ ก็คือของที่มีในเกมอยู่แล้วทั้งนั้นแหละครับ

Doom17

Doot

ด้วยกราฟิกส์ id Tech 6 รุ่นล่าของ id Software ที่พัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องทำให้ได้กราฟิกส์ที่สวยสดงดงามมากๆ สภาพแวดล้อมหลากหลายมากตั้งแต่สถาบันวิจัยยันขุมนรก ที่ดูแต่ละฉากไม่มีซ้ำกันเลย ที่น่าประทับใจคือดีไซน์ของศัตรูในเกมครับ มันเป็นพวกปิศาจที่เราคุ้นเคยอย่างดีมาตั้งแต่ Doom ภาคแรกๆ แต่คราวนี้มันถูกจับมา Redesign ใหม่ให้ดูโหดและเท่มากขึ้น องค์ประกอบโดยรวมนั้นไม่มีจุดบกพร่องเลยแม้แต่น้อย มันทำออกมาดีทุกอย่างจริงๆ และผมก็ไม่เจอปัญหาบั๊กกราฟิกส์เลยด้วยครับ ตัวเกมรันที่ 60FPS แบบลื่นๆ ไม่มีดรอปเลย

Doom14

เมี๊ยววววววววววววว

Doom20

Doom16

Doom12

ด้านเสียงประกอบของเกม อันนี้คือของจริงครับ เพลงประกอบของเกมนั้นได้ Mick Gordon คอมโพเซอร์มือฉมังที่ผ่านงานซีรี่ยส์ SHIFT (Need for Speed : SHIFT) มาแล้วทั้งสองภาค และเพลงประกอบจาก Killer Instinct (ตัวรีเมค) และ Wolfenstein : The New Order ก็ผ่านมือเขามาแล้วเช่นเดียวกัน มันคือดนตรีแนว Industrial ที่จับเอา Dubstep โยนลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน กลายแนวใหม่ที่ต้องเรียกมันว่า “Doomstep” มันคือมหกรรม Eargasm ที่ผมเล่นเกมไป โยกหัวไปจนหัวแทบจะหลุดออกมา ถ้าใครเคยผ่าน Doom ภาคเก่ามาแล้วชอบเพลงประกอบของมัน บอกเลยว่า DOOM ภาคนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังเช่นเดียวกันครับ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเสียงองค์ประกอบอื่นๆ จะแย่ ทุกอย่างมันต้องเข้ากันถึงจะลงตัวครับ ทั้งเสียงคำรามของปิศาจ เสียงปืนที่ดังกระหึ่มจนบ้านแทบแตก เสียงร่างเนื้อถูกฉีกจนกระจาย เสียงเลือดสาดกระเซ็น มันคือมหกรรมความฟินอย่างถ่องแท้ เล่นจบแล้วแทบจะหมดเรี่ยวหมดแรงกันไปเลยทีเดียว

Walking in hell is like walking in a park

DOOM คือมหกรรมความโหดสัสที่นานๆ จะเกิดขึ้นทีนึงครับ มันคือจดหมายรักจาก id Software ส่งให้แฟนๆ เดนตายของ Doom พร้อมข้อความว่า “คิดถึงกูมั๊ยครัช กูกลับมาแล้วนะครัช รักพวกมึงนะจุ๊บๆ” แล้วก็ส่งเกมนี้มาให้พวกเราโจ้กันอย่างมันส์มือ เกมเพลย์รวดเร็วเร้าใจ ความดิบเถื่อนเกินจินตนาการ เพลงประกอบสุดตีนระดับ Eargasm ฟังโยกจนหัวเกือบหลุด แม้ว่าโหมด Multiplayer จะมีข้อบกพร่องบ้างตรงระบบ Loadouts ที่บังคับพกอาวุธแค่ 2 อย่าง ทำให้รู้สึกไม่เร้าใจ แต่ใครจะสนล่ะครับ แค่โหมด Single Player ก็มันส์โคตรๆ แล้ว

Doom Score

Strengths

  • Gunplay รวดเร็วเร้าใจ
  • ระบบ Glory Kills ที่ดูเหมือนซ้ำซาก แต่ใช้งานได้จริงและโคตรมันส์
  • ระบบ Mods ของอาวุธที่เจ๋งโคตรๆ
  • ระบบอัพเกรดอาวุธที่หลากหลายไม่จำเจ
  • เพลงประกอบระดับมหกรรม Eargasm โยกกันหัวหลุด
  • กราฟิกส์สวยงาม ลื่นไหลไร้ข้อบกพร่อง การออกแบบฉากและศัตรูในเกมก็สุดยอดมากๆ
  • Codex ในเกมเสริมเนื้อเรื่องให้ดูน่าสนใจ
  • โหมด Snap-Map ที่ดูจำกัดแต่ก็ใช้งานได้สนุก

Weaknesses

  • โหมด Multiplayer ถูกจำกัดความสนุกด้วยระบบ Loadouts
177 Shares

เต๊าะ อดีตนักเขียน Future Gamer และ Rapture Gaming Network ปัจจุบันรับหน้าที่อัพเดตข่าวสารวงการเกมและบทความรีวิวบนเว็บไซต์ GamingDose.com

บทความที่เกี่ยวข้อง